วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

ทริปปั่นจักรยานเที่ยว ณ คุ้งบางกะเจ้า >///< เที่ยวกับโมโน

ทริปปั่นจักรยาน ณ คุ้งบางกะเจ้า

        สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน ผมนาย MonoManZ กลับมาแล้วนะครับ  โดยวันนี้ผมจะขอนำเพื่อนๆไปท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามธรรมชาติตามสไตล์คนที่ไม่มีรถส่วนตัวและไปแบบประหยัดตังด้วย (จะยาวไปไหน) ซึ่งสถานที่แห่งนั้นๆๆๆๆๆ คือ คุ้งบางกะเจ้า นั่นเอง

        บอกเลยครับว่าคุ้งบางกะเจ้านั่นอยู่ไม่ไกลจากกทม.เลย อยู่แถวๆสมุทรปราการ อารมณ์แบบว่ากลิ้งไปก็ยังไปถึงเลย (นั่นก็เว่อร์ไป) โดยคุ้งบางกะเจ้านั่นมีชื่อเสียงในเรื่อง"อากาศดีมากกกก" ไม่ใช่แค่อากาศดี  บรรยากาศก็ดีด้วย แถมเดินทางไปได้อย่างง่ายดายอีกด้วย  เอาล่ะครับ เดินทางสู่บางกะเจ้ากันเลย

บางกะเจ้า - ป้ายรถเมล์หน้าคณะวิทยาศาสตร์
     สำหรับจุดเริ่มต้นการเดินทางสู่บางกะเจ้าของผมในครั้งนี้ ได้เริ่มต้นที่ป้ายรถเมล์หน้าคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ  ถิ่นเก่าของผมนั่นเอง  โดยผมจะนั่งรถเมล์สาย 47 (มีรถเมล์ฟรีด้วย ประหยัดตังค่าเดินทาง) เพื่อเดินทางไปยังท่าเรือคลองเตย  ซึ่งรอไม่นานเลยรถเมล์สาย 47 ก็วิ่งมา  ผมจึงได้รีบวิ่งขึ้นรถไปอย่างว่องไวปานเดอะแฟลช....

อีกหนึ่งมุมมอง ขณะรอรถเมล์  ทำไมมันเงียบแบบนี้


หลังจากขึ้นบนรถได้แล้ว  มีคนนั่งอยู่บนรถไม่มากนัก  ผมนี่ได้นั่งด้วย  สบายเลยเรา


        หลังจากนั่งชมวิวบนรถเมล์สาย 47 มาพักนึงก็ถึงปลายทางครับ นั่นก็คือ ท่าเรือคลองเตย  ไม่ต้องกลัวหลงครับ นั่งไปป้ายสุดท้ายเลย  คนเขาลุกลงรถหมดหรือกระเป๋ารถเมล์มาไล่ก็ลงได้ล่ะครับ 555+


หรือถ้าเพื่อนๆ เห็นสถานีแบบนี้ เตรียมตัวลงที่ป้ายหน้าได้เลย


        เมื่อลงจากรถเมล์  เดินย้อนมาหน่อยจะเห็นวัดคลองเตยนอก  ถ้าเดินเข้าไปจะมีท่าเรืออยู่ จะมีเรือรับจ้างไปยังคุ้งบางกะเจ้าได้


        ส่วนผมน่ะเหรอ  โดนเชิญชวนให้ไปซื้อแพ็คเกต (พูดซะเว่อร์เลย) โดยจะมีพี่ผู้หญิงสองคนคอยยืนเชิญชวนซื้อแพ็คเกต เช่าจักรยาน ซึ่งราคาแพ็คเก็ตจะอยู่ที่ราคา 80 บาท จะประกอบด้วย นั่งเรือขาไปบางกะเจ้าฟรี เช่าจักรยานที่แพเจี๊ยบไปปั่นได้ 1 วัน น้ำขวดเล็ก 1 ขวด และแผนที่ท่องเที่ยวของบางกะเจ้า  ผมก็ฟังดู  ไม่แพงเท่าไร  บอกพี่เขาไปว่า "จัดไปเลยพี่"  พี่เขาจะชี้ทางไปขึ้นเรือรับจ้าง


        ก่อนขึ้นเรือมีเสื้อชูชีพให้ใส่  แนะนำว่าให้ใส่ครับ  กันไว้ดีกว่าแก้นะเพื่อความปลอดภัย


        ผมมานั่งรอบนเรือได้ล่ะ ซึ่งเรือที่เราขึ้นจะเป็นลักษณะเรือหางยาวแบบบ้านๆๆนะครับ  ดูแล้วซิ่งแน่นอนเลย


        ออกเดินทางสู่จุดปลายหมายได้แล้ว  เพื่อนๆมีของอะไรที่เปียกน้ำ เก็บด้วยนะ  เดี๋ยวจะเปียกเอา


        เมื่อขึ้นฝั่งมาแล้ว  ก็ไปจ่ายตังค่าแพ็คเก็ต 555+ เลือกรถจักรยาน รับน้ำ รับแผนที่ (อันนี้ผมใช้บริการที่แพเจี๊ยบนะครับ) พี่เขาจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และเส้นทางการปั่นจักรยานให้  ถือว่าประทับใจพอควรเลย


        เมื่อได้รับแผนที่คุ้งบางกะเจ้ามาแล้ว  รออะไรล่ะครับ  เริ่มปั่นไปเที่ยวกันเลย (บางคนที่ขี้เกียจดูแผนที่กระดาษ อาจจะเปิด Google Map เอาก็ได้ครับ มีสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเหมือนกัน ปั่นตามที่ GPS บอกไปเลย ง่ายดี  หรือไม่ก็ถามชาวบ้านแถวๆนั้นเลย)


       หลังจากปั่นจักรยานไปได้สักพัก  เพื่อนร่วมทางหิว (ก็บ่ายโมงกว่าแล้วยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่นะ) เลยตัดสินใจไปกินอาหารที่ร้านเพิงข้างทางนี่ล่ะ  ง่ายดี  ดูชิวๆ ดี (สำหรับคนที่จะหาของกินมีร้านตลอดทางไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง  มีหลายราคาหลายระดับ)


        ไม่รอช้า บอกลุงเอาบะหมี่ต้มยำกับเล็กต้มยำมาอย่างละชามเลย  ลุงแกดูดุๆนะ แต่ลุงก็ไม่มีอะไร  ต้องพยายามย้ำแกหน่อย  ลืมที่ผมสั่งไปสองรอบ  ลูกค้ามาสั่งแกเยอะนี่ครับ  ไม่ว่ากัน (จริงๆลุงแกดีนะ ช่วยแนะนำเส้นทางปั่นจักรยาน ปั่นหลงไปเจอแก แกก็บอกให้อีกรอบ 555+)


        นี่ล่ะครับบะหมี่ต้มยำของผม ครบเครื่องต้มยำตามแบบฉบับของก๋วยเตี๋ยวต้มยำตามต่างจังหวัดเลย  ราคา 30 บาท บอกเลยอร่อยใช้ได้ ปริมาณพอดีๆ


        กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จแล้ว ก็ปั่นจักรยานมายังที่เที่ยวแรกของเรา นั่นก็คือ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์


        เมื่อเข้ามาในสวนศรีนครเขื่อนขันธ์แล้วบอกเลยว่าสวนใหญ่มาก มีจุดถ่ายเยอะแยะมากมาย  ที่สำคัญ  อากาศเย็นสบายและบรรยากาศดีมาก ขนาดผมไปปั่นตอนบ่ายโมงกว่า อากาศยังเย็นสบายอยู่เลย  บอกเลยครับที่นี่ปั่นไปถ่ายรูปไป  ใช้เวลาที่นี่ได้ทั้งวันแน่นอนครับ


        มาเปลี่ยนบรรยากาศไปอยู่แถวริมน้ำมั้ง  ลมพัดเย็นสบาย >_<


        ในน้ำมีปลามากมาย น่ากินด้วย อิอิ

         ดูปลาเสร็จ  ปั่นออกหาที่ถ่ายรูปใหม่ดีกว่า


        เปลี่ยนมาหามุมบนสะพานมั้ง

หรือจะเดินเข้าไปให้มุมถ่ายรูปในป่าดีนะ

มีป้ายบอกให้ความรู้อยู่ทุกระยะด้วย ทั้งสนุกทั้งได้ความรู้ต้องที่ "บางกะเจ้า"

มาถ่ายรูปที่หอดูนกมั้ง  บอกเลยไม่ดูนกแล้วล่ะผม  ไปดูอย่างอื่นแทน (ดูธรรมชาติในมุมสูงสิครับ ถามได้)

มีป้ายให้ความรู้อีกตามเคย  แต่ตอนนี้ผมจะหานกล่ะ  นกกูอยู่ไหน

ลองถ่ายภาพในมุมสูงของหอดูนก  บอกเลยที่นี่เหมาะแก่การถ่ายรูปแนวๆๆมาก

ปั่นจักรยานจากสวนศรีนครเขื่อนขันธ์เสร็จ  ออกมาหาน้ำอัดลมกินที่เซเว่น (บอกเพื่อ?) ผมไม่ใช่สายนั่งร้านกาแฟ เลยมาหาน้ำตาลใส่เลือด

ออกจากเซเว่น  ปั่นจักรยานต่อไปอีกหน่อย จะถึงตลาดน้ำบางน้ำผึ้งแล้ว  มีของกินของใช้มากมายให้ทุกคนได้เลือกซื้อเลือกหา

เป็ดพะโล้ก็น่ากิน

โรตีกรอบก็น่าซื้อ  แต่ถามว่าซื้อไหม  บอกเลยว่าไม่ 555+ มาปั่นจักรยาน

หลังจากเดินเล่นในตลาดน้ำบางน้ำผึ้งสักพัก ผมได้เดินทะลุตลาดออกไปเจอวัดบางน้ำผึ้งใน


ใครอยากจะไหว้พระทำบุญ  สามารถเลือกทำได้ตามชอบใจเลย

ผมตีระฆังแทนแล้วกัน

หลังจากทำบุญเสร็จ ออกจากวัดบางน้ำผึ้งใน เดินกลับเข้าไปในตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ไปเจอไอติมหลอด เลยจัดมา 5 แท่ง แท่งละ 2 บาทเอง ไม่แพงเลยจีๆๆนะ

ระหว่างเดินดูดไอติมอยู่  ได้ยินเสียงเพลงแว่บผ่านมา ก็เหลือบไปเห็นลานกิจกรรม ดนตรีในสวน มีทั้งนักร้องและแดนเซอร์ผู้มีอายุมาร่วมให้ความบันเทิงแก่ตัวเองและนักท่องเที่ยว  บอกเลยแต่ละเพลงนี่ไม่ธรรมดาทั้งนั้น ผมนี่เกิดไม่ทันสักเพลงเลย

พอออกจากตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเสร็จ  ก็เตรียมตัวปั่นจักรยานกลับ  ระหว่างทางผ่านวัดพราหมณ์ มหาเทวาลัย  ขอแวะเข้าไปดูหน่อยล่ะกัน

ด้านในที่รูปปั้นพระพิฆเนศอยู่

ท่านใดศรัทธาก็สามารถเคารพสักการะได้ตามศรัทธาเลยครับ

ปั่นจักรยานจากวัดพราหมณ์ออกมาอีกหน่อย จะเจอวัดราษฏร์รังสรรค์

เข้าไปด้านในวัด  จะเจอศาลพ่อปู่ฤาษีและพระราหู  หรือเพื่อนๆจะเข้าไปในวัด เพื่อทำบุญถวายสังฆทานก็ได้ครับ

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายที่ผมไปเที่ยว คือ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย

เข้าไปด้านในจะเจอร้านกาแฟของพิพิธภัณฑ์  สามารถเข้าไปอุดหนุนได้นะครับ

มาดูบ่อเพาะเลี้ยงปลากัดกันมั้ง

มีปลากัดมากมายหลายสายพันธุ์ให้เลือกดูเลือกชมกันเลยครับ

ใครสนใจเพาะเลี้ยงปลากัด ลองสอบถามเจ้าหน้าที่เขาได้นะครับ

มีมุมน่ารักให้ถ่ายรูปด้วย

หรือจะไปหามุมถ่ายรูปในลานกว้างก็ได้นะ  ใหญ่มากเลย

 สุดท้ายก็ปั่นจักรยานไปคืนที่แพเจี๊ยบ นั่งเรือกลับฝั่ง เสียตัง 10 บาท เดินไปรอรถเมล์สาย 47 เพื่อเดินทางกลับบ้าน  เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางของทริปปั่นจักรยาน ณ บางกะเจ้าครับ  บอกเลยว่าปั่นมันมาก  รับรองได้เลยว่าถ้าไปนี่  ปั่นได้ไม่ต่ำกว่า 10 โลแน่นอน

สรุปค่าใช้จ่าย ณ บางกะเจ้า
        1.ค่าเช่ารถจักรยาน 80 บาท
        2.ค่านั่งเรือขากลับ 10 บาท
        3.ค่าก๋วยเตี๋ยว 30 บาท
        4.ค่าน้ำ + ไอติม = 10 + 13 = 23 บาท
        รวมทั้งหมด 143 บาทเท่านั้นเอง  เป็นไงครับไม่แพงเลยใช่ไหมสำหรับที่เที่ยวใกล้กรุงเทพและสามารถใช้เวลาได้ทั้งวันที่บางกะเจ้า

สรุปสถานที่ท่องเที่ยว ณ บางกะเจ้า
        1.สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
        2.ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
        3.วัดบางน้ำผึ้งใน
        4.วัดพราหมณ์ มหาเทวาลัย
        5.วัดราษฏร์รังสรรค์
        6.พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย
        และที่เที่ยวอื่นที่น่าสนใจที่ผมไม่ได้ไปนะครับ
        - บ้านธูปหอมสมุนไพร
        - ร้าน พบรัก ณ บางน้ำผึ้ง 
        - วัดบางกะเจ้านอก
        - ถนนสีเขียว (ถนนมรกต)
        - ฯลฯ

วิธีการเดินทางไปบางกะเจ้า
        1. นั่งรถเมล์สาย 47 (เที่ยวไปท่าเรือคลองเตย) ---> นั่งเรือรับจ้างที่วัดคลองเตยนอก
        2. นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสลงที่สถานีบางนา (ออกทางออก 2) ---> ต่อแท็กซี่ไปวัดบางนานอก ---> นั่งเรือรับจ้างที่วัดบางนานอก
        3. นั่งรถเมล์สาย 82 (เที่ยวไปพระประแดง) ---> ลงที่ตลาดพระประแดง --->เดินที่ทางท่าน้ำไปยังป้ายรถประจำทาง --->ขึ้นรถเมล์สาย พระประแดง - บางกอบัว --->ลงที่ตลาดบางน้ำผึ้ง (เพชรหึงษ์ 26)

        ผมขอสรุปง่ายๆนะครับสำหรับทริปนี้ที่ทุกคนสามารถเดินทางไปบางกะเจ้าได้ง่ายๆและหลากหลายวิธีการเดินทางมากเลย เพราะว่ามันใกล้กรุงเทพมากจนไม่คิดว่ามันอยู่ต่างจังหวัดเลย  ไปสัมผัสอากาศดีๆ บรรยากาศสบายๆ ใช้ชีวิตเรียบง่าย สบายกระเป๋าตัง ทั้งหมดนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เงินไปกับอะไรมั้ง แบบพวกผมนี่ไม่ได้ไปจัดอะไรมากเน้นไปที่การถ่ายรูปกับปั่นจักรยาน  แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้วครับ  สุดท้ายนี้ก็อยากให้เพื่อนๆได้มีโอกาสไปบางกะเจ้ากันนะครับ  รับรองว่ายิ่งถ้าไปกับแก๊งค์เพื่อนๆด้วยกันแล้วนะครับ  สุดติ๊งกระดิ่งแมวแน่นอน.....




SHARE THIS

Author:

Etiam at libero iaculis, mollis justo non, blandit augue. Vestibulum sit amet sodales est, a lacinia ex. Suspendisse vel enim sagittis, volutpat sem eget, condimentum sem.

0 ความคิดเห็น: