วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

วิธีการแก้ปัญหาเข้าเกม Deceit ไม่ได้ จาก api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0-dll

วิธีการแก้ปัญหาเข้าเกม Deceit ไม่ได้ จาก api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0-dll


        สำหรับหลายคนที่ได้ซื้อเกมบน Steam มาเล่นแบบผม  บางครั้งก็มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นจนทำให้เล่นเกมไม่ได้  ซึ่งปัญหาพวกนี้ก็มักจะเจอบ่อยครั้งจนทำให้ผมเซ็งมาก  จนครั้งนี้ผมอยากจะลองเล่นเกม Deceit และตั้งใจโหลดมันมาเล่น  ก็ปรากฏว่ากดเข้าเกมแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือไม่เล่นไม่ได้นั่นเอง  แต่ด้วยความอยากเล่นก็ต้องมานะหาวิธีแก้ไขมาให้ได้  ถ้าใครมีปัญหาเดียวกับผมก็ติดตามบทความนี้ต่อได้เลยครับ

      อย่างแรกเมื่อกดเข้าเกมผ่าน shortcut ไม่ได้  ผมก็ลองเข้าไปกดเข้าเกมที่ตัวเกมโดยตรงในโฟลเดอร์ของ Steam (สำหรับคนที่เข้าไม่เป็น ให้เข้าไปที่คลังเกมใน Steam คลิกขวาที่ชื่อเกม เลือกคุณสมบัติ จากนั้นเลือกไฟล์ภายในเครื่อง แล้วกดค้นหาไฟล์ภายในเครื่อง ก็จะเจอตัวเกม)  เมื่อผมได้กดคลิกเข้าไปที่ตัวเกม Deceit ปรากฎว่าครั้งนี้ต่างกันจากการเข้าเกมผ่าน shortcut ที่ไม่เกิดอะไรขึ้น  แต่ปรากฎปัญหาขึ้นมาว่า "The program can't start because api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0.dll is missing" ซึ่งตอนผมเล่นเกม ARK และ Dead by Daylight ก็เป็นปัญหานี้เช่นกัน ที่ทำให้ผมเล่นเกมไม่ได้


     ส่วนวิธีการแก้ปัญหา "The program can't start because api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0.dll is missing" นั่นให้ไปดาวน์โหลดไฟล์ vc_redist.x86.exe (32 bit) หรือ vc_redist.x64.exe (64 bit) ตามระบบปฏิบัติการของเราที่ใช้อยู่มา (แต่ของคนที่ใช้ 64 bit แนะนำให้ดาวน์โหลดและติดตั้งทั้งสองแบบเลย) ได้จากลิงค์นี้ https://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=48145


      จากนั้นก็ทำการติดตั้งไฟล์ vc_redist.x86.exe (32 bit) หรือ vc_redist.x64.exe (64 bit) ให้เรียบร้อย


     สำหรับคนที่ติดตั้งแล้วไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ให้รีสตาร์ทเครื่องและเข้าเกมอีกครั้งว่าเล่นได้หรือเปล่า  ถ้าเล่นได้ก็จบเรื่อง  แต่ของผมนั้นปรากฎว่ามีปัญหาเกิดขึ้นมาอีกอย่าง คือ ติดตั้งโปรแกรม Visual C++ Redistributable for Visual Studio 2015 ล้มเหลว และบอกว่ารหัส error ว่า 0x80070666


       ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหา Setup Failed รหัส 0x80070666 ให้ไปดาวน์โหลดไฟล์ Windows 7 and Windows Server 2008 R2 Service Pack 1 (KB976932) ได้จากลิงค์นี้ https://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=5842  แล้วกดเลือกดาวน์โหลดไฟล์ windows6.1-KB976932-X64.exe หรือ windows6.1-KB976932-X86.exe ตามระบบปฏิบัติการของเราที่ใช้อยู่  จากนั้นทำการติดตั้งให้เรียบร้อย





       เมื่อติดตั้งไฟล์ windows6.1-KB976932-X64.exe หรือ windows6.1-KB976932-X86.exe เสร็จสมบูรณ์แล้วให้ลองติดตั้งไฟล์ vc_redist.x86.exe หรือ vc_redist.x64.exe ใหม่อีกครั้ง


       กรณีที่ใครเป็นแบบของผมก็จะติดตั้งไฟล์ได้เรียบร้อยสมบูรณ์ต่างกับตอนแรกที่มีปัญหา  จากนั้นผมก็ลองกดเข้าเกม Deceit ใหม่อีกครั้งก็ปรากฏปัญหาใหม่ขึ้นมา คือ "The procedure entry point_o_initialize_narrow-Environment could not be located in the dynamic link library
api-ms-win-crt-private-l1-1-0.dll."


              ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหา "The procedure entry point_o_initialize_narrow-Environment could not be located in the dynamic link library
api-ms-win-crt-private-l1-1-0.dll." คือให้ไปดาวน์โหลดไฟล์ All supported x86-based versions of Windows 7 หรือ All supported x64-based versions of Windows 7 จากลิงค์นี้ https://support.microsoft.com/en-au/help/2999226/update-for-universal-c-runtime-in-windows  จากนั้นทำการติดตั้งให้เรียบร้อยอีกครั้ง





       เมื่อติดตั้งไฟล์ All supported x86-based versions of Windows 7 หรือ All supported x64-based versions of Windows 7 โปรแกรมจะให้รีสตาร์ดเครื่อง  ก็ทำตามนั้น


       หลังจากที่คอมเปิดขึ้นมาใหม่แล้วให้ลองเข้าเกม Deceit ใหม่อีกครั้งหนึ่งปรากฎว่าครั้งนี้สามารถเข้าไปเล่นเกมได้ตามปกติแล้ว  ไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นมาให้กวนใจอีก  เพื่อนๆที่มีปัญหาแบบผมก็สามารถลองเข้าไปทำตามได้นะครับ  ค่อยๆลองทำไปทีละขั้นตอน  ส่วนจะได้ไม่ได้ยังไงก็ลองกันนะครับ  หรือมีปัญหาอะไรที่ทำให้ติดตั้งไฟล์ไม่ได้  ก็สามารถคอมเม้นต์ไว้ใต้โพสนี้ได้เลย  ถ้าผมสามารถแก้ปัญหาได้ก็จะมาช่วยเพื่อนๆ ตอบคำถามให้นะครับ


วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สรุปความสามารถและนิสัยของตัวละครเกม This War of Mine

สรุปความสามารถและนิสัยของตัวละครเกม This War of Mine


       อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญของการเล่นเกม This War of Mine นั่นก็คือ ตัวละครต่างๆ ของเกมที่มีทั้งรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ และความสามารถที่ไม่เหมือนกัน  ทำให้เวลาเราเล่นแต่ละครั้งที่มีตัวละครที่แตกต่างกันมาอยู่รวมกันจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปมากมายหลายแบบ  โดยภาคหลักของเกม This War of Mine จะมีตัวละครอยู่ด้วยกัน 12 ตัว ซึ่งถ้าเรารู้จักความสามารถและนิสัยของตัวละครก็จะทำให้เราสามารถเล่นเกมได้อย่างง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น  เอาล่ะครับมาทำความรู้จักกับตัวละครของเกม This War of Mine ทั้ง 12 ตัวตามที่ผมได้รวบรวมข้อมูลมากันเลย

Arica

ชื่อ : Arica
สกิล : Sneaks Quietly (ส่งเสียงรบกวนน้อยลงขณะเคลื่อนไหวหรือค้นหาของ)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : สูง
     - ด้านการเป็นยาม : ปานกลาง
     - การเล่นกีต้าร์ : ดี
     - ช่องที่ถือของ : 10
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : ไม่
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : ปานกลาง
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ง่าย
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : ปานกลาง
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : อาจจะเถียงหรือต่อสู้กับคนอื่น
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : จะค่อยๆเศร้า
อื่นๆ
     - การเสพติด : บุหรี่


ชื่อ : Bruno
สกิล : Good Cook (ปรุง Meals, Moonshine และ Pure Alcohol โดยใช้ทรัพยากรน้อยลง)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : ปานกลาง
     - ด้านการเป็นยาม : ปานกลาง
     - การเล่นกีต้าร์ : ไม่ได้
     - ช่องที่ถือของ : 10
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : น้อย
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : น้อย
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ยาก
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  แสดงความเห็นแก่ตัว
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : สูง
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : อาจจะเถียงหรือต่อสู้กับคนอื่น
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : จะค่อยๆเศร้า
อื่นๆ
     - การเสพติด : บุหรี่
     - เมื่ออยู่ในภาวะ depressed (ซึมเศร้า) จะแทบควบคุมตัวละครไม่ได้
     - บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยได้ง่าย


ชื่อ : Roman
สกิล : Trained in Combat (ลอบแทงจากข้างหลังทีเดียวตาย)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : สูงที่สุด
     - ด้านการเป็นยาม : ดีมาก
     - การเล่นกีต้าร์ : ดี
     - ช่องที่ถือของ : 10
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : น้อย
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : น้อย
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ยากมาก
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  แสดงความเห็นแก่ตัว
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : ปานกลาง
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : อาจจะเถียงหรือต่อสู้กับคนอื่น
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : จะค่อยๆเศร้า
อื่นๆ
     - การเสพติด : บุหรี่
     - มีเลือดเยอะ รองจาก Boris
     - เมื่ออยู่ในภาวะ depressed (ซึมเศร้า) จะแทบควบคุมตัวละครไม่ได้



ชื่อ : Zlata
สกิล : Bolsters Spirits (เมื่อมีเธออยู่ในบ้าน จะทำให้สมาชิกลดความเศร้าได้ไวขึ้น)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : ต่ำ
     - ด้านการเป็นยาม : ต่ำ
     - การเล่นกีต้าร์ : ดีมาก
     - ช่องที่ถือของ : 12
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : มาก
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : มาก
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ง่าย
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : น้อย
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : ร้องไห้หรือคิดกับตัวเอง
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : -
อื่นๆ
     - การเสพติด : -


ชื่อ : Pavle
สกิล : Fast Runner (มีความเร็วในการวิ่งสูง)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : ปานกลาง
     - ด้านการเป็นยาม : ปานกลาง
     - การเล่นกีต้าร์ : ดี
     - ช่องที่ถือของ : 12
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : ปานกลาง
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : ปานกลาง
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ง่าย
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : น้อย
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : ร้องไห้หรือคิดกับตัวเอง
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : -
อื่นๆ
     - การเสพติด : -



ชื่อ : Marko
สกิล : Skilled Scavenger (ค้นหาของได้เร็ว/มีโบนัสได้มากขึ้นด้วย)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : ปานกลาง
     - ด้านการเป็นยาม : ปานกลาง
     - การเล่นกีต้าร์ :ไม่ได้
     - ช่องที่ถือของ : 15
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : ปานกลาง
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : ปานกลาง
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ง่าย
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : -
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : ร้องไห้หรือคิดกับตัวเอง
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : -
อื่นๆ
     - การเสพติด : -







ชื่อ : Marin
สกิล : Handyman (ใช้ทรัพยากรน้อยลงเมื่อประดิษฐ์สิ่งของ)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : ปานกลาง
     - ด้านการเป็นยาม :แย่
     - การเล่นกีต้าร์ :ไม่ได้
     - ช่องที่ถือของ : 10
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : น้อย
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : น้อย
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ยาก
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : ปานกลาง
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : เถียงหรือต่อสู้กับคนอื่น
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : จะค่อยๆ เศร้า
อื่นๆ
     - การเสพติด : กาแฟ


ชื่อ : Anton
สกิล : Good Mathematician (จับหนูได้เร็วขึ้นด้วยกับดักสัตว์ขนาดเล็ก)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : น้อย
     - ด้านการเป็นยาม :แย่มาก
     - การเล่นกีต้าร์ :ไม่ได้
     - ช่องที่ถือของ : 8
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : ไม่
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : น้อยมาก
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ยาก
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : ปานกลาง
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : เถียงหรือต่อสู้กับคนอื่น
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : -
อื่นๆ
     - การเสพติด : -
     - วิ่งช้ามาก


ชื่อ : Boris
สกิล : Strong but Slow (เลือดเยอะที่สุด ต่อสู้เก่ง แต่วิ่งช้าที่สุด)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : สูง
     - ด้านการเป็นยาม : สูง
     - การเล่นกีต้าร์ :ไม่ได้
     - ช่องที่ถือของ : 17
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : มากๆ
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : มากๆ
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ง่ายมาก
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : -
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : ร้องไห้หรือคิดกับตัวเอง
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : จะค่อยๆ เศร้า
อื่นๆ
     - การเสพติด : บุหรี่
     - ส่งเสียงดังมากที่สุด ตอนวิ่งหรือคุ้ยของ (ย่องเบาแย่สุด)


ชื่อ : Cveta
สกิล : Loves Children (ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านบ่อยมากขึ้น)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : น้อยที่สุด
     - ด้านการเป็นยาม : น้อย
     - การเล่นกีต้าร์ :ไม่ได้
     - ช่องที่ถือของ : 8
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : มากๆ
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : มากๆ
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ง่ายมาก
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : น้อย
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : ร้องไห้หรือคิดกับตัวเอง
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : -
อื่นๆ
     - การเสพติด : -


ชื่อ : Emilia
สกิล : Talented Lawyer (ทนต่อภาวะซึมเศร้า)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : น้อย
     - ด้านการเป็นยาม : น้อย
     - การเล่นกีต้าร์ :ไม่ได้
     - ช่องที่ถือของ : 10
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : น้อย
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : น้อย
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ยาก
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  แสดงความเห็นแก่ตัว
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : สูง
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : เถียงหรือต่อสู้กับคนอื่น
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : จะค่อยๆ เศร้า
อื่นๆ
     - การเสพติด : กาแฟ
     - เมื่ออยู่ในภาวะ depressed (ซึมเศร้า) จะแทบควบคุมตัวละครไม่ได้


ชื่อ : Katia
สกิล : Bargaining Skills (เมื่อซื้อขาย จะได้ราคาของดีขึ้น)
ความสามารถ :
     - ด้านการต่อสู้ : น้อย
     - ด้านการเป็นยาม : น้อย
     - การเล่นกีต้าร์ :ดี
     - ช่องที่ถือของ : 12
นิสัย
     - ความกังวลเมื่อฆ่า/ขโมยของ : ปานกลาง
     - ความกังวลเมื่อช่วยเหลือผู้อื่น : ปานกลาง
     - มีความสุข/ความทุกข์ : ง่าย
     - ความกังวลเมื่อมีคนในที่หลบภัยตาย :  มี
     - โอกาสขโมยของเมื่อหนีจากที่หลบภัย : น้อย
     - เมื่อมีอารมณ์ไม่ดีเวลากลางคืน : ร้องไห้หรือคิดกับตัวเอง
     - เมื่อขาดสารเสพติด (บุหรี่/กาแฟ) : จะค่อยๆ เศร้า
อื่นๆ
     - การเสพติด : กาแฟ



วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รีวิวเกม The War of Mine พร้อมทั้งบทสรุปวิธีการเล่นเกมเบื้องต้น

รีวิวเกม The War of Mine พร้อมทั้งบทสรุปวิธีการเล่นเกมเบื้องต้น

รีวิวเกม this war of mine

        สวัสดีครับทุกคน  วันนี้ผมกลับมาพร้อมกับรีวิวเกม The War of Mine แล้วยังจะแถมวิธีการเล่นเบื้องต้นด้วยนะครับ  ซึ่งบางคนอาจจะไม่รู้จักว่าเกม The War of Mine เป็นยังไง  ผมก็ขอสรุปง่ายๆ คือ เราจะเล่นเป็นผู้เล่นที่มาบริหาร จัดการ รวมทั้งแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับตัวละครที่เป็นชาวเมือง Pogoren ซึ่งต้องหนีจากภัยสงครามกลางเมืองจนต้องมาหลบอยู่ในที่หลบภัยร่วมกัน  โดยเกมนี้จะให้เราบริหารตัวละครทุกตัวที่เป็นพลเรือน  ไม่ใช่ทหารหรือฝ่ายต่อต้าน  ทำให้ตัวละครเหล่านั้นมีชีวิตรอดให้ได้จนกว่าสงครามจะจบลง  เมื่อจะต้องบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จนไปถึงขาดแคลนเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์กับพวกเขาให้มากที่สุด นี่ยังไม่รวมการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน  อากาศที่หนาวเย็นที่จะทำให้ตัวละครเจ็บไข้ได้ป่วย  กลุ่มโจรที่ออกมาปล้นยามราตรี  กลุ่มทหารที่อาจจะฆ่าเราว่าเห็นเราทำไม่ดี  นี่เป็นส่วนหนึ่งของความโหดร้ายที่จะพบได้จากเกมนี้

       จากที่ฟังมาทำให้บางคนอาจจะรู้สึกว่าเกม The War of Mine ไม่เห็นจะมีอะไรที่น่าสนุกเลย  แต่ผมขอบอกเลยนะครับว่าควรจะลองซื้อเกม The War of Mine มาเล่นดูนะครับ เกมราคาหลักร้อยที่ทำให้ผมเล่นไปแล้วกว่า 40 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับเกมระดับ AAA ราคาหลักพันอย่าง The Witcher 3 : The Wild Hunt ที่ผมเล่นไปได้กว่า 20 ชั่วโมงเท่านั้นเอง  เพราะตัวเกมถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นได้อินกับบทบาทของผู้ที่จะต้องเอาชีวิตรอดในสงครามให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครของเราเจ็บป่วยหรือขาดแคลนอาหาร ถ้าเราไม่ไปขโมยของมาหรือไปปล้นใครมา  เราก็จะอดตาย  หรือมีเพื่อนบ้านมาขอให้เราไปช่วยเฝ้าบ้าน  ถ้าเราไปช่วย  บ้านเราก็มีคนคุ้มกันบ้านได้น้อยลง แต่ถ้าไม่ไปช่วย  วันถัดๆมา เราอาจจะพบว่าเพื่อนบ้านถูกโจรฆ่าตายแล้ว  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราต้องตัดสินใจที่เราจะพบได้ในเกม The War of Mine  ขอบอกเลยครับ  ว่าถ้าเล่นแล้วจะอินมาก  ขนาดว่าผมเอาตัวละครไปบุกรังโจรแล้วถูกยิงตาย  หรือไปขโมยของจากครอบครัวหนึ่งที่กำลังจะไม่มีของกิน  มันทำให้จิตใจของผมหดหู่ไปเลยว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้นะ  เราจำเป็นด้วยหรือ  รวมถึงความเสียใจที่เกิดขึ้นด้วยว่าการเอาตัวรอดจากสงคราม  มันทำให้เราสูญหายความเป็นมนุษย์ไปเท่าไร

       ส่วนคะแนนที่ผมจะให้กับเกม The War of Mine เมื่อเทียบกับเนื้อหา/เนื้อเรื่อง  ภาพเสียงและกราฟฟิก  ราคาของเกม  ความสนุกสนานและความอินในเกม  ผมขอให้คะแนนไปเลย 9/10 เลยครับ  แนะนำว่าให้ลองซื้อมาเล่นดูครับ  เพราะว่ามันจะทำให้เราอินกับสิ่งที่เกมจะบอกเรามากเลยว่าสงครามมันโหดร้ายแค่ไหน  ไม่ใช่แค่ทหารสู้รบกัน  แต่ประชาชนตาดำๆ นี่ล่ะคือคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด  และเกมนี่สามารถเล่นได้หลายครั้งหลายแบบ เพราะว่าในทุกๆครั้งที่เล่นจะมีทั้งตัวละคร สถานที่ เหตุการณ์ และสถานะการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่างกัน  ทำให้ตัวเกมนั้นมีวิธีการเล่นออกมาได้มากมายหลายรูปแบบ  สร้างความท้าทายที่จะเอาตัวรอดได้ต่างกัน  ส่วนเรื่องภาพและเสียงก็ทำออกมาได้สวยงามดี ภาพก็สวย เนียน แต่ยังมีแอนนิเมชั่นบางจุดที่ยังมีบัคอยู่ (เจอไม่กี่ครั้ง) ส่วนเสียงก็ทำได้แบบว่าเศร้าหดหู่ใจขนาดในบางสถานะการณ์  ซึ่งทำออกมาดีมากในเรื่องนี้  ส่วนราคาบนสตรีมแบบไม่ลดราคาอยู่ที่ 299 บาท ส่วนในมือถือ 425 บาท นะครับ  รอไว้มันลดราคาก่อนค่อยซื้อมาก็ได้  จะได้ประหยัดตังและสนับสนุนเกมแท้ด้วยนะครับ  เอาล่ะสรุปว่าผมแนะนำให้ซื้อเกม The War of Mine ครับ  เป็นเกมหนึ่งที่คุณควรจะลองได้เล่นซักครั้ง  และส่วนต่อไปผมจะได้ทำสรุปวิธีการเล่นเกม The War of Mine เบื้องต้น ไว้นะครับ  รอติดตามกันได้เลย

วิธีการเล่นเกม The War of Mine เบื้องต้น


      เมื่อเข้าไปยังเกม  ตัวเกมจะให้เราทำการสุ่ม/เลือกชุดของตัวละคร (ซึ่งแต่ละตัวมีความสามารถแตกต่างกัน) ตั้งแต่ 1 - 3 ตัว แล้วจากนั้นจะตัดฉากไปยังที่หลบภัยของตัวละครต่อไป  โดยเกมจะดำเนินเนื้อเรื่องเป็นวันๆไป โดย 1 วันจะแบ่งออกเป็นช่วงเวลากลางวันและกลางคืน  เราจะสามารถเล่นเวลากลางวันได้ก่อน  พอจบเวลากลางวันแล้วจึงจะสามารถไปเล่นเวลากลางคืนต่อ

วิธีการเล่นช่วงเวลากลางวัน

     - โดยเริ่มมาแต่ละวันมาจะบอกว่าเป็นวันที่เท่าไรและอยู่ในฤดูอะไร  แล้วจึงจะมีการบอกสรุปในแต่ละวันว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้าง เช่น ของที่ได้มาจากการค้นหา  สถานะของตัวละคร การถูกบุกรุก หรือเหตุการณ์ต่างๆ (เราออกไปข้างนอกที่หลบภัยไม่ได้ เนื่องจากมีสไนเปอร์ดักอยู่)
      - จากนั้นจะเป็นการบริหารตัวละครต่างๆ ว่าจะให้ตัวละครทำอะไรบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวละครที่ไปค้นหาของ/เฝ้ายามไปนอนพัก  หายา/อาหาร/สิ่งสร้างความสุขให้ตัวละครได้รับ  การพัฒนาที่หลบภัย/สร้างอุปกรณ์ดำเนินความสะดวกต่างๆ  ค้นหาข้าวของในบ้าน/ใช้ขวานฟันเฟอร์นิเจอร์เพื่อเอาไม้และเชื้อเพลิง  ให้ตัวละครสร้างยา/ปรุงอาหาร/ผลิตอาวุธ  ให้ตัวละครได้ฟังเพลงในวิทยุ/นั่งอ่านหนังสือ สูบบุหรี่หรือกินกาแฟ (ตัวละครจะเดินไปทำเอง) เล่นกีต้าร์ที่เก้าอี้ เพื่อช่วยลดความเครียด  เป็นต้น
     - มีตัวละครมาแลกเปลี่ยนสิ่งของที่หน้าบ้าน เวลาประมาณหลัง 9.00  (ประมาณ 3 วันมาที) ค่อนข้างจะขายแพงนิดนึง  แต่สะดวกตรงไม่ต้องเสียเวลาขนของไปแลก และมีของใช้ต่างๆค่อนข้างหลากหลาย
     - มีเหตุการณ์ที่ NPC มาขอความช่วยเหลือหรือขอความร่วมมือ (เลือกได้ว่าจะทำหรือไม่  แต่มีผลต่อตัวละครและตอนจบของเกม เช่น เราช่วยให้ยาแก่เด็กๆไป  หลังจากนั้นพักใหญ่ๆ เด็กอาจจะมีของมาตอบแทนเรา และตัวละครบางตัวอาจจะรู้สึกดีขึ้นด้วย)
     - มีตัวละครใหม่มาขออยู่ด้วย ซึ่งจะมาประมาณวันที่ 15 ของการเล่น  เราสามารถเลือกที่จะรับหรือไม่รับเข้ามาอยู่ด้วยได้  ต้องคิดดูให้ดีว่าตัวละครนั้นเอาเข้ามาแล้วคุ้มค่ากับทรัพยากรที่จะต้องใช้เพิ่มหรือไม่ (ทั้งอาหาร/ยา/นิสัยของตัวละคร) ถ้าปฏิเสธก็มีโอกาสที่ตัวละครอื่นจะขอเข้ามาอยู่ด้วยอีก (อาจจะใช้เวลาหลายวัน) ลองคิดดูกันเอาเองว่าเราจะจัดการได้ไหม ซึ่งตัวละครจะอยู่ได้สูงสุด 4 ตัว (ผมเคยเล่นเคย 2 ตัวจนจบเกมได้ ขึ้นอยู่กับการจัดการว่าบริหารยังไง)
     - เมื่อถึงเวลาประมาณ 13.00 แล้วไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือในที่หลบภัยไม่มีอะไรให้เราทำแล้วก็สามารถกด End Day เพื่อจบวันได้เลย ไม่ต้องรอ

วิธีการเล่นช่วงเวลากลางคืน

    - เมื่อจบเวลากลางวันแล้วเกมจะตัดมายังฉากแผนที่และ Plan the night โดยเริ่มแรกเราจะต้องแบ่งหน้าที่ให้ตัวละครต่างๆว่าจะให้ทำอะไรบ้าง  โดยการค้นหาของ (Scavenge) สามารถไปทำได้สูงสุดแค่ตัวละครเดียว (ไม่ไปเลยก็ได้)
     - เลือกตัวละครที่เหลือให้เป็นยาม (Guard) หรือจะให้นอน (Sleep) /นอนบนเตียง (Sleep in Bed) ซึ่งผมแนะนำให้มีคนเฝ้ายามอย่างน้อยหนึ่งคน (ถ้าอยู่ในฤดูโจรก็สัก 2-3 คนก็ได้ตามสภาพที่หลบภัย) ส่วนตัวละครที่เหลือให้นอนพัก ควรจะเป็นตัวละครที่ป่วย (Sick) หรือบาดเจ็บ (Wound) หรือมีความเศร้าใจหรือเสียใจอยู่ (Sad/Depress) หรือเหนื่อย (Tried) ได้นอนพัก ยิ่งเป็นนอนบนเตียงด้วยยิ่งดี
    - การแบ่งหน้าที่ต่างๆ ควรดูที่ความสามารถของตัวละครด้วยว่าตัวละครควรจะเอาไปทำอะไร (เดี๋ยวผมจะเขียนเรื่องความสามารถของตัวละครต่างๆเพิ่มนะครับ) เช่น ตัวไหนเหมาะกับการค้นหาของหรือต่อสู้เก่งก็ให้ไปค้นหาของหรือเฝ้ายาม  ตัวไหนเป็นสายสนับสนุนก็ให้นอนไปเลย  วันถัดไปจะได้ไปทำหน้าที่ของตัวเอง
     - การเลือกสถานที่บนแผนที่ว่าจะให้ตัวละครไปที่ไหน
       1.ดูที่ว่าเราต้องการใช้ของอะไร  โดยแต่ละที่ที่เราจะไปจะมีบอกว่าที่นั้นมีของอะไรบ้างและมีจำนวนมากแค่ไหน เช่น การบอกว่ามีของอะไรจะเขียนว่า Food/Materials/Meds/Weapons/Parts เป็นต้น  ส่วนปริมาณให้ดูคำว่า Some < Lot of < Huge amount of  ต้องการอะไรจำนวนเท่าไรก็เลือกไปตามสถานที่นั้นบอก  เช่น ต้องการยาเยอะๆ ควรไปที่ที่มันบอกว่า Huge amount of Meds นั่นเอง
       2.ควรไปในสถานที่ที่ปลอดภัยก่อนแล้วจึงค่อยๆไล่ความอันตรายขึ้นไป เช่น สถานที่ที่ไม่มีคำเตือน (___) ---> Caution Advised ---> Danger เพราะแต่ละสถานที่มีอันตรายไม่เหมือนกันหรือไม่มีอันตรายเลย  เช่น ไม่บอกอะไรเลยก็น่าจะไม่มีอันตรายเลย  หรือ Caution Advised จะมีอันตราย ถ้าเราไปทำอะไรผิดเงื่อนไขของสถานที่นั้น เช่น ไปที่อู่รถเพื่อแลกเปลี่ยนของได้ แต่ถ้าไปขโมยของแล้วเขาเห็นเมื่อไร  เราโดนไล่ยิงแน่นอน (สถานที่พวกนี้อันตรายไม่มาก แต่ถ้าฆ่า NPC ไป ตัวละครอาจจะรู้สึกผิด)  ส่วน Danger นั่นไปต้องพูดถึงแค่เขาเห็นหน้าเราก็มีโอกาสโดนยิงตายแล้ว ถ้าไปต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งการลอบฆ่าหรือเตรียมปืนพร้อมเครื่องกระสุนไปถล่มพวกมันเลย
       3.การเตรียมอุปกรณ์เสริมไปให้พร้อม เช่น เลื่อย/ชแลง/พลั่ว/ตะไบ/ขวาน เพื่อจะได้เข้าถึงสถานที่นั้นๆได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งไปแต่ละสถานที่ควรจะเตรียมไปให้พร้อมจะได้ไม่ต้องเสียเที่ยวกลับไปเอาใหม่
       4.ถ้าต้องการจะแลกเปลี่ยนสิ่งของกับ NPC ให้ดูคำว่า Possible trade ยิ่งถ้ารู้ว่า NPC ตัวไหนชอบอะไรแล้วจะทำให้เราแลกของมาได้มากกว่าปกติ
     - เมื่อไปถึงสถานที่นั้น  แนะนำให้รีบสำรวจและเคลียร์เส้นทางให้ได้มากที่สุดก่อน และดูว่าตรงไหนที่มีปัญหาเข้าไม่ได้  รอบถัดไปจะได้พกอุปกรณ์มาถูก  ถ้ามีเวลา ให้เอาของแบบเดียวกันมากองไว้ที่เดียวกันจะได้ประหยัดช่องเก็บของและรอบหน้ามาเอาของจะได้ไม่เสียเวลาค้นของทีละกอง โดยแนะนำให้เอาไว้ในที่ที่ครั้งถัดไปมาเอาไปได้สะดวกและขนของที่จำเป็นไปก่อน  และของบางอย่างพวกปืน/ขวาน/ชแลงที่อาจจะจำเป็นต้องใช้เมื่ออีกครั้งในวันหน้าสามารถเอาไปใส่ไว้ได้  ของจะไม่หายไป  แต่ของที่ได้จากการฆ่าโจร/ทหาร/ชาวบ้านให้เก็บมาจากศพก่อน  จากนั้นให้เอาใส่ตู้หรือที่เก็บของไปก่อน  ไม่งั้นมารอบหน้าของหายหมดนะ
       1.กรณีที่เจอเหตุการณ์แบบสุ่ม พยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ดีและพยายามช่วยเหลือตัวละครนั้นให้ได้ (มีผลต่อตัวละครและ NPC) เช่น เจอสไนเปอร์ดักยิงคนอยู่ที่เขตก่อสร้าง เราสามารถไปช่วยชีวิตคนได้ และถ้าเราจัดการสไนเปอร์ได้  เราจะได้ปืนไรเฟิลแบบติดกล้องมาด้วย หรือเจอชายจรจัดที่บ้านร้างที่กำลังจะอดตาย  ถ้าเรามีอาหารไปให้เขา  หลังจากนั้นสักพักเขาจะหาของใช้ต่างๆมาใส่เพิ่มเติมไว้ที่บ้านนั้น  ทำให้เรามีของใช้มากขึ้น เป็น
       2.กรณีที่เจอโจร   ก็มีความพร้อมและอุปกรณ์ที่เพียงพอก็สามารถฆ่าได้เลย (มีผลบ้างเล็กน้อย)
       3.กรณีที่เจอทหาร  ถ้าไม่จำเป็นที่ต้องการจะฆ่า ก็พยายามหลีกเลี่ยงเอา แต่ถ้าอยากจะบู้ก็ต้องมีมีดหรือปืนแล้วนะ  ไม่กระจอกเท่าพวกโจรแน่นอน
      - เมื่อเคลียร์สถานที่นั้นๆได้แล้ว  รอบถัดๆไป ควรจะเอาตัวละครที่แบกของเยอะได้มาเอาของไป เช่น Boris หรือ Makro หรือ Pavle
      - เวลากลับไปยังที่พัก  ควรจะต้องกลับก่อนเวลาที่ฟ้าสว่างหรือ 5.00 P.M. กะเวลาไปออกไปให้ทันด้วยนะครับ  เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้นตัวละครเราอาจจะกลับมายากยิ่งขึ้นหรือไม่กลับมาเลย  (โดนสไนเปอร์ยิ่งตาย) ถ้ากลับมาจะกลับมาตอนใกล้เที่ยง อาจจะมีบาดแผลกลับมาด้วยขึ้นอยู่กับตัวละครนั้นๆ และอุปกรณ์ที่มี  แต่ก็นะพยายามกลับไปทันดีกว่า  ถ้าตัวละครจะตายมา ก็ไม่คุ้มกันและของที่อยู่กับตัวละครก็จะหายไปเลย


แนวทางการเอาตัวรอดในเกม  The War of Mine

       1.แนวคนดี ไม่ฆ่าใครไม่ขโมยของใคร เน้นที่การแลกเปลี่ยน : ซึ่งแนวนี้ดูแล้วจะเป็นทางที่ดีที่สุด แต่ต้องแลกด้วยการที่การพัฒนาการของสิ่งของต่างๆอาจจะช้ากว่าแบบอื่นๆ  พยายามช่วยเหลือทุกคนเท่าที่จะทำได้  เน้นเอาของไปเทรดซึ่งคนที่เล่นสายนี้ต้องมีความสามารถในการฟาร์มของพอสมควร  ไม่งั้นไม่มีของมาเทรดแน่นอน  แต่ตัวละครก็จะมีความสุขและไม่มีบาดเแผลจากการต่อสู้อีกด้วย

      2.แนวสู้ชีวิต ฆ่าบ้างขโมยของบ้างขายของบ้าง : โดยแนวนี้เป็นแนวที่ผมเล่น  เนื่องจากผมจะให้ตัวละครอยู่รอดให้ได้นานที่สุด  บางครั้งทำให้เราต้องไปฆ่าโจรฆ่าคนไม่ดีบ้าง (ซึ่งตัวละครก็จะบอกความรู้สึกนะ ว่าไม่อยากทำ แต่มันจำเป็น)  เพื่อไปเอาของมา แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม ขโมยของก็เลือกเฉพาะบางสถานที่ที่ไม่ส่งผลกระทบกับตัวละครมากนัก (เช่น ถ้าขโมยของหมดบ้านตายายแก่ๆ หลังจากนั้นจะพบว่าสองคนนั้นได้ตายลงแล้ว) หรือเอาของที่หามาได้หรือสร้างขึ้นมาได้ไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่นเพื่อให้ได้ของที่ต้องการมา  แนวนี้จะมีพัฒนาการที่ไวกว่าแนวแรก เพราะจะได้ของต่างๆมามากพอสมควร  แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงต่อชีวิตและความรู้สึกหดหู่ของตัวละครด้วย

      3.แนวฮาร์ดคอ ฆ่าเรียบ : แนวนี้มาสายโหดมากเลย  เจอใครฆ่ามันให้หมด  ผมก็ไม่เคยเล่นนะ  แต่คาดว่าจะทำให้พัฒนาการและทรัพยากรที่ได้นั้นมีอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน  ซึ่งทำให้จะมีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องแลกมา คือ สภาพจิตใจของตัวละครว่าจะแย่แค่ไหน  แถมยังเสี่ยงทำให้ตัวละครตายอีกด้วย  และการฆ่าบางตัวละครอาจจะทำให้เสียตัวละครแลกเปลี่ยนสิ่งของไปอีกด้วย (ถ้าเล่นแนวนี้ ต้องมาวิธีทำให้ตัวละครไม่รู้สึกแย่ไว้ให้พร้อม  ไม่งั้นมีบ้านแตกแน่นวล)

       4.แนวอินดี้ : จะเล่นยังไงก็ได้ตามใจเรา  แค่เอาตัวรอดไปวันๆก็ได้  555+  แรกๆก็เล่นแบบนี้  ฟาร์มของอย่างเดียวเลย  พอของหมดก็ไปแลกมา  พอไม่มีของแลกก็ไปขโมยของมา  พอขโมยไม่ได้ก็ไปฆ่าเพื่อแย่งของมา  สุดแท้แต่สภาพของสมาชิกที่จะต้องให้พวกเขารอดให้ได้นั่นเอง

      ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ของเกม  เดี๋ยวผมจะพยายามอัพเดทลิ๊งค์ไว้ด้านล่างนี้นะครับ  ไม่อยากให้บทความมันยาวเกินไป  หวังว่าแฟนคลับหรือคนที่อยากเล่นเกม The War of Mine จะมาติดตามกันนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

[รีวิว] ทริปนั่งรถไฟไปเที่ยวภูสอยดาว แอบหนาวดูดาวและทะเลหมอก | เที่ยวกับโมโน

[รีวิว] ทริปนั่งรถไฟไปเที่ยวภูสอยดาว แอบหนาวดูดาวและทะเลหมอก | เที่ยวกับโมโน


       หลังจากที่ผมได้หายหน้าหายตาไปจากบล็อกนี้มาสักพักนึงแล้ว  ผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้หลังจากติดฝนตกหนักขณะอยู่ที่ทำงานว่าตอนช่วงต้นเดือนกรกฏาคม  ผมและเพื่อนๆได้ไปเที่ยวภูสอยดาวกันนี่หว่า  แล้วว่าจะเอามารีวิวการไปเที่ยวตอนนั้นหลังจากลงมา  นี่ก็เพิ่งถึงขึ้นได้เลยรีบเอามาเขียนดีกว่า  เดี๋ยวจะลืมความทรงจำดีๆที่ภูสอยดาวตอนที่พวกผมไปเที่ยวกันในหน้าฝน

       สำหรับคนที่ไม่รู้จักภูสอยดาวเลย  ผมจะขออธิบายสักหน่อยก่อนที่จะรีวิวให้เพื่อนๆได้ดูกันนะครับ  โดยภูสอยดาวนั้นตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของทั้งจังหวัดพิษณุโลกและอุตรดิตถ์  ก็ไม่ไกลจากกรุงเทพมากเกินไป  ทำให้เดินทางไปเที่ยวได้อย่างไม่ลำบากมาก  โดยจุดเด่นมีนักท่องเที่ยวชอบไปที่ภูสอยดาวมีหลายอย่างด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ได้ทั้งปีนเขา  ชมนกชมไม้ชมธรรมชาติที่แสนสวยงาม  มีน้ำตกที่สวยงามให้ได้เล่นกันด้วย  ไปถ่ายรูปเล่นที่ลานสนสามใบ/ทุ่งดอกหงอนนาคสีฟ้าสวยสดใส  ถ้าตั้งใจหน่อยยามค่ำคืนก็สามารถไปถ่ายรูปทางช้างเผือกได้เลยทีเดียว  หรือแม้กระทั่งไปหาประสบการณ์ผจญภัยไปตั้งแค้มป์กับเพื่อนๆก็สนุกไม่เบาเลยทีเดียว

      สำหรับเพื่อนๆที่สนใจทริปเที่ยวภูสอยดาวของผมขึ้นมาแล้ว  ผมก็ได้ทำคลิปสั้นๆ (ที่ไม่สั้นเท่าไร) ตอนไปตะลุยภูสอยดาวมาไว้ 4 คลิป  เพื่อเป็นทั้งการบันทึกความทรงจำและรีวิวประสบการณ์การขึ้นภูสอยดาวของผมกับเพื่อนๆไว้  ส่วนมันจะเป็นเช่นไรก็สามารถดูคลิปได้ที่ด้านล่างเลย

คลิปที่ 1 : รีวิวการเดินทางไปภูสอยดาว
https://www.youtube.com/watch?v=54YQgM2vvTM

คลิปที่ 2 : รีวิวการเดินขึ้นภูสอยดาว
https://www.youtube.com/watch?v=ji_R1gJLhro

คลิปที่ 3 : รีวิวการใช้ชีวิตและจุดถ่ายรูปบนภูสอยดาว
https://www.youtube.com/watch?v=7XzOYxZBJ3g

คลิปที่ 4 : รีวิวประสบการณ์ตอนขาลงภูสอยดาว (อย่าพลาด)
https://www.youtube.com/watch?v=XJEEORYYhM8

      สำหรับเพื่อนๆที่ไม่อยากดูวิดีโอ  ผมจะขอเล่าแบบตัวหนังสือแทนเลยล่ะกัน  อันนี้โดยเริ่มต้นที่จะไปภูสอยดาว มีเพื่อนในกลุ่มชอบเที่ยวเชิงธรรมชาติก็ได้เสนอว่าอยากลองขึ้นเขาดู  สรุปได้ว่าไปเที่ยวภูสอยดาวดีกว่า  เห็นจากรีวิวก็ดูน่าไปเที่ยวดี มีธรรมชาติสวย  ไม่ไกลมากด้วย  และอยากจะขึ้นรถไฟไปเที่ยวด้วย 555+  จากตรงนี้เพื่อนๆ จะเห็นว่าเกิดเงื่อนไขอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น  แต่สุดท้ายทุกคนก็ได้ไปทริปนี้ตามที่ตกลงกันไว้  ส่วนผมจะเป็นคนที่เดินทางไกลที่สุด  แต่อยากไป  เลยพยายามไปให้ได้  โดยก่อนไปผมก็ได้จองตั๋วรถไฟไว้ก่อนเลยด้วยความกังวลว่าไปเที่ยวช่วงเทศกาล  กลัวตั๋วหมด เลยรีบจองตั๋วรถไฟชั้นสามของขบวน 105 ไว้  ส่วนจุดเริ่มต้นจากเดินทางจะเป็นเช่นไร ไปดูกันเลยครับ


       จากภาพแรกที่เพื่อนๆได้เห็น คงจะเห็นแล้วนะครับว่าจุดเริ่มต้นการเดินทางของผมไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพงนั้นเกิดขึ้นในหน้าฝนแน่นอน  เห็นฝนตกหนักมากจนแทบไม่เห็นทาง  แต่ก็เห็นไฟของหัวลำโพงอยู่ไกลๆแล้ว  โกๆๆ  พร้อมออกเดินทางแล้วครับ


      พอมาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง  ผมได้พบกับผู้คนมากมายที่แน่นเต็มสถานีรถไฟ  เพราะคนส่วนใหญ่กำลังเดินทางกลับบ้านไปต่างจังหวัดกัน  แต่ผมขอไปเที่ยวนะ  ขอเซฟฟี่ที่หัวลำโพงกับเพื่อนร่วมเดินทางสักหน่อย (เพื่อนๆลองดูที่กระเป๋าผมหน่อย  นี่ล่ะกระเป๋าเจ้าปัญหาในอนาคต)


      พอมาถึงเวลาก็ประมาณสองทุ่มแล้ว  ข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กินแล้ว  เลยเดินไปที่โรงอาหารว่ามีอะไรกินมั้ง  สรุปแล้วเหลืออยู่ร้านเดียว  จัดไปครับข้าวราดแกงที่หัวลำโพง  ครั้งหนึ่งในชีวิต


       หลังจากต่อคิวอยู่สักครู่  ผมได้ข้าวผัดกะเพราไก่มาในราคา 30 บาท  รสชาติพอกินได้แก้หิว  มองให้แง่ดีไว้  ว่าอย่างน้อยก็มีข้าวกิน  แล้วจัดไปหมดจานเลย


      พออิ่มท้องเข้า  ก็ต้องไปหาเสบียงเอาไว้กินระหว่างการเดินทางและตอนขึ้นภู  ในร้านสะดวกซื้อในสถานีก็มีขนม ของกิน ของใช้มากมาย  อยากกินอะไร  ของใช้อะไรขาด  หรือแม้แต่ยาสามัญประจำบ้านก็มีขาย


      หลังจากช็อปปิ้งเสร็จก็ใกล้เวลาที่รถไฟจะออกแล้ว  โดยรถไฟขบวนที่ผมจองไว้ คือ ขบวน 105 ชั้น 3 หัวลำโพง-ศิลาอาสน์  รถไฟออกเวลา 21.00 น.  ตั๋วราคา 179 บาทครับ  ตอนผมไปผมจองไว้ก่อนเลยได้ตั๋วนั่ง  แต่บางคนที่มาซื้อตั๋ววันนั้นทำใจครับได้ตั๋วยืนไป


      เมื่อถึงเวลา 21.00 น. ผมมานั่งรอเพื่อนอีกสองคนที่บนรถไฟแล้ว  แต่เพื่อนทั้งสองยังอยู่บนเอ็มอาร์ที  แอบเครียดนะ  ถึงเวลาแล้ว  เลยไปคุยกับพี่คนปล่อยรถว่าจะเลทหรือเปล่า  พี่เขาบอกว่ารอบนี้ตรงจ้า  ผมนี่แอบเซ็ง  ทุกทีนั่งรถไฟออกเลทตลอด  ตอนอยากให้เลทดันออกตรง  เศร้าใจจุง  และแล้วประตูรถไฟก็ปิด  รถไฟเริ่มเคลื่อนตัวออกจากสถานี  แต่เพื่อนทั้งสองก็ยังไม่มา


      แต่ก็มีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้น คือ อยู่ดีๆ รถไฟเกิดดับไปแปปนึง  ประมาณสัก 20 วินาที  ด้วยช่วงเวลาเพียงแค่นั้น  ผมก็ได้เพื่อนร่วมเดินทางทั้งสองของผมกลับมา  ด้วยความเร็วฝีมือ 4 x 100 เรียกได้ว่า วิ่งหน้าตั้งกันมาเลย  จนป้าที่นั่งตรงข้ามผมหัวเราะซะยกใหญ่เลย  แค่เริ่มออกเดินทางยังขนาดนี้แล้ว  ต่อไปจะมันขนาดไหน  อย่าพลาดที่จะอ่านกันต่อนะครับ


      ปล่อยให้เพื่อนได้นั่งพักสักครู่  ผมและเพื่อนก็ได้เรื่องราวเอาไว้เก็บไปเล่าว่ามาเที่ยวภูสอยดาวแล้วขึ้นรถไฟเป็นยังไง  พอเพื่อนหายเหนื่อย  ความสดใสของทุกคนก็กลับคืนมา  แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นผู้โดยสารแน่นรถไฟมาก  ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าสงสัยจะไม่ได้นอนแล้ว  เพราะว่ามันนอนได้ไม่ถนัดเลย  ก็นั่งตากลมชมวิวมืดๆๆต่อไปกับผู้คนเต็มรถไฟ (โดยส่นตัวแนะนำว่าให้นั่งรถทัวร์ไปดีกว่าครับ จะได้มีเวลาพักผ่อน)


      ในที่สุดก็ถึงปลายทางสถานีรถไฟพิษณุโลก ตอนประมาณตีสามครึ่ง  สรุปแล้วแทบไม่ได้นอนเลย 555+  ผมก็รีบลงรถไฟโดยไว  ที่สำคัญนะ  ก่อนลงให้ตรวจสอบกระเป๋าและของให้ดีว่าเอาลงครบถ้วนไหม  ระวังจะหลับเพลิน นั่งเลยสถานี  พอลงรถไฟเรียบร้อย  พวกผมก็ไปต่อรถแท็กซี่ที่หน้าสถานีรถไฟไปบขส.เก่าเพื่อเดินทางต่อไป (ค่าแท็กซี่ 60 บาท)


       พอมาถึงบขส.เก่า พี่แท็กซี่ก็พยายามชวนให้เหมาแท็กซี่ไปที่อุทยาน  ราคาก็ประมาณ 2000 บาท  แต่พวกผมก็ปฏิเสธไป  อยากลองนั่งรถทัวร์ไปเอง  ก็ไปนั่งรอรถทัวร์สาย นครไทย-ชาติตระการ กัน  ซึ่งรถรอบแรกจะออกประมาณตีห้า  (ผมแนะนำให้มาขึ้นรถที่บขส.เก่านะครับ  จะได้ขึ้นรถก่อน  ไปนั่งที่นั่งที่อยากนั่งนะ  เพราะคนขึ้นค่อนข้างเยอะ)  จากนั้นก็รอคนมาขายตั๋วยาวๆๆไป  (โดยส่วนตัว เจอผู้หวังดีหรือไม่หวังดีไม่รู้หลายคน ชวนให้นั่งรถไปกับเขา  แต่ดูแล้วไม่น่าไว้ใจ  เพื่อนๆก็ต้องคิดดีๆก่อนทำอะไรด้วยนะ)


      เมื่อถึงเวลาสัก 4.45 น. ก็จะมีพนักงานมาขายตั๋วไปชาติตระการ ผมก็รีบไปต่อคิวซื้อตั๋วเลย  เพราะมีคนมากมายพอควรไปต่อคิวซื้อ  รีบซื้อรีบไปจองที่นั่ง  ราคาตั๋วถ้าผมจำไม่ผิดอยู่ที่ราคา 84 บาท  ระหว่างไปซื้อตั๋วก็ได้เจอกับน้องๆที่จะภูสอยดาวเหมือนกัน  โชคดีที่ได้เพื่อนร่วมทางและเพื่อนร่วมแชร์ในอนาคต 555+


       นี่ครับรถทัวร์มาถึงแล้ว  รถสายพิษณุโลก-นครไทย คันใหญ่สีแดง ที่นั่งสบาย  เปิดแอร์เย็นฉ่ำ  เราก็เอากระเป๋าเดินทางไปใส่ไว้ใต้รถ  และก็ย้ายร่างกายอันแสนอ่อนเพลียและง่วงนอนไปนอนบนรถ (ถ้าใครนอนมาไม่พอ  บนรถนี่เหมาะมากเลย  เบาะนุ่ม แอร์เย็น เอนได้ นั่งรถยาวไปเลยครับ)


      ระหว่างการเดินทางที่แสนยาวไกลและแสนสบายนี่ (ก็สบายกว่ารถไฟล่ะ) ผมได้ตื่นขึ้นมาเป็นพักๆ เพื่อมาชมธรรมชาติที่สวยงามสองข้างทาง  เป็นภูมิทัศน์ที่แปลกตาของคนภาคกลางแบบผม  ก็ดูไปเพลินๆ ทั้งภูเขา ทั้งท้องทุ่ง หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตอันเงียบสงบของผู้คน


       ระหว่างการเดินทางไปชาติตระการ  พวกผมได้คุยกับพี่กระเป๋ารถทัวร์เรื่องการเหมารถต่อไปยังอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว  พี่เขาก็ให้เบอร์โทรติดต่อมา  พวกเราก็โทรไปติดต่อพี่เขามาโลดเลยให้มารับที่ท่ารถทัวร์ ก็เป็นรถตู้ตามรูปเลย ด้านหลังจัดเบาะแบบรถสองแถว  พวกผมและพวกน้องที่เจอกันที่บขส.ก็ได้จับมือหารค่ารถไปด้วยกัน (ตามนโยบายของใครก็ไม่รู้ว่า "ทางเดียวกันไปด้วยกัน")  ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1000 บาทครับ  อย่าช้าที  ออกเดินทางต่อได้


       ขอเซฟฟี่แก๊งเที่ยวภูสอยดาวกันหน่อย  ตอนนี้ยังสดใสร่าเริงกันอยู่เลย  แต่ข้าวเช้ากับเสบียงยังไม่มีกันเลย  เดี๋ยวป้ายหน้าก็บอกพี่คนขับไปแวะที่ตลาด เพื่อหาข้าวกินสักหน่อยและเตรียมเสบียงไปทำกินกันด้านบนภูสอยดาว (ข้างบนภูต้องเตรียมของไปทำกินกันเองนะ  ไม่มีขาย แบกกันไปเองจ้า ไม่งั้นก็จ้างพี่ลูกหาบแบกขึ้นเอา)


       หลังจากนั่งรถไปได้แปปนึงก็ถึงแล้วครับตลาดสดเทศบาลตำบลป่าแดง  จุดแวะหาเสบียงของนักขึ้นภูสอยดาว  ตลาดนี้ก็เป็นตลาดเล็ก  แต่มีของครบไม่ว่าจะเป็นทั้งของสดของแห้ง  ของปรุงสำเร็จ  ร้านอาหารตามสั่ง  เซเว่นอีเลฟเว่น โลตัสเอ็กเพลส  น่าจะมีครบทุกอย่างที่เพื่อนต้องใช้เลย


        มาดูบรรยากาศในตลาดกันมั้ง  พวกเราไปหาซื้อเสบียงตุนก่อนขึ้นภู ส่วนมากเป็นอาหารพวกหมูปิ้งไก่ย่าง ผลไม้ หรือของที่กินง่ายๆ แล้วจากนั้นก็ไปสั่งข้าวกินรองท้องกันก่อนเลย


       เมื่อท้องอิ่มและเสบียงพร้อมแล้วก็ออกเดินทางต่อได้  ระหว่างทางก็เป็นที่ราบสูง  มีไร่ข้าวโพดและสวนกล้วยซะเป็นอย่างใหญ่  อากาศเย็นสบายดี  แต่โชคดีที่ฝนไม่ตก  ไม่งั้นมีเฮตอนขึ้นภูแน่นอน  โดยการเดินทางช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนะ  เวลาเพื่อนๆจะเดินทางไปต้องวางแผนให้ดีๆนะ


        มาถึงแล้วครับ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว (Phu Soi Dao Natural Park) เมื่อมาถึงพี่เจ้าหน้าจะแนะนำให้เราไปซื้อตั๋วเข้าอุทยาน  คนละ 40 บาท แล้วมีตั๋วรถเข้าอีก 30 บาท  พอถึงตรงนี้ก็ขนของลงรถได้เลย  และเตรียมตัวขึ้นภูกันได้แล้ว


       ต่อมาสิ่งที่ต้องทำ คือ มาลงทะเบียนว่ามากันกี่คน มากี่วัน กรอกประวัติส่วนตัว  ทำงานจองเต๊นท์ที่พักและอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็น  ส่วนรายละเอียดดูที่รูปด้านล่างเลย


      นี่ครับรายละเอียดคราวๆของของที่ต้องใช้  แต่คนไหนที่เอามาเอง ก็ข้ามไปได้เลย  พวกผมมากันสี่คนก็เช่าเต็นท์ใหญ่ไปเลย  แล้วก็เพิ่มพวกหมอน/ผ้าห่มอะไรพวกนี้เอา  โดยส่วนตัวเต็นท์เหมาะกับมากัน 3 คน  ใครจะมายังไงวางแผนกันดีๆนะ


      ระหว่างที่เพื่อนกำลังเคลียร์ของอยู่  เราก็มาวางแผนกิจกรรมท่องเที่ยวที่ทางอุทยานเขาแนะนำไว้กัน เช่น น้ำตกภูสอยดาว ชั้น 1-5 ใช้เวลาเดิน 30 นาที  ลานสนสามใบภูสอยดาว เดิน 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 4 - 6 ชั่วโมง  น้ำตกสายทิพย์ เดินจากลานสนเดินไป-กลับ 1 กม. ใช้เวลา 1 - 2 ชม.  หรือจะเดินจากลานสนไปพิชิตยอดภูสอยดาวก็เดินต่อจากลานสน ไป-กลับ 5 กม. ใช้เวลา 6 - 8 ชม.  เป็นไงครับ  จะวางแผนการท่องเที่ยวยังไงดี  อย่างน้อยที่สุดพวกผมตั้งใจว่าจะไปที่ลานสนเป็นอย่างน้อย  ลองดูกันว่าจะไปได้สักแค่ไหน


       ต่อมาก็นำของที่ต้องการจะจ้างพี่ลูกหาบแบกขึ้นไปมาชั่งเลย  ราคาค่าบริการอยู่ที่ 30 บาท ขั้นต่ำ 300 บาท ส่วนเราได้พี่คนไหนเป็นลูกหาบจำหน้าพี่เขาไว้ด้วยนะ  เดี๋ยวถึงยอดภูจะได้ไปเอาให้ถูกคน (แนะนำว่าถ้าใครไม่แข็งแรง จ้างไปให้มากๆเลย เอาที่จำเป็นต้องใช้ระหว่างทางไปพอ พวกข้าวน้ำ ยาไล่แมลง อะไรพวกนี้)


      เป็นไงครับ  ผมดูพร้อมไหม 555+  กระเป๋าเป้สองใบกับที่คาดอกติดกล้อง  ถ่ายภาพบรรยากาศ  ว่าดูกันว่าของเซ็ตนี่ของผมจะไปได้สักกี่น้ำกัน


        ออกเดินทางต่อจ้า เพื่อเดินทางไปสู่ตีนภูสอยดาว  ถ้าขึ้นไปกันเยอะก็ได้นั่งรถกระบะขึ้นไป  แต่ถ้ามากันน้อยๆก็ขึ้นรถอีแต๋นขึ้นครับ  ดูหน้าแต่ละคนนี่อย่างสดใส  ขอให้ความสดใสนี่อยู่กับทุกคนตลอดการขึ้นภูสอยดาวนะเพื่อนๆทุกคน  รวมถึงตัวผมเองด้วย


        หลังจากนั่งรถมาสักนึงก็ถึงแล้วครับทางขึ้นภูสอยดาว  มีป้ายบอกทางและมีด่านตรวจอะไรนิดหน่อย  วางแผนดีๆนะว่าจะไปไหนดี  จะไปน้ำตกภูสอยดาว ลานสนภูสอยดาว หรือจะลุยไปพิชิตยอดภูสอยดาวเลย  แต่วางไว้จะได้ไปเปล่าก็อีกเรื่องนึง


        ก่อนไปก็ต้องเซฟฟี่กับป้ายเส้นทางเดินเท้าขึ้นสู่ลานสนภูสนดาว ที่มีความยาว 6.5 ก.ม.  ขอบอกนะครับว่าหกกิโลครึ่งที่เป็นทางขึ้นเขามันจะต่างจากทางราบสักแค่ไหนกัน  เพราะ 6.5 ก.ม.ทางราบคงใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่นี่ทางขึ้นภูจะใช้เวลาเท่าไรกัน (ตอนพวกผมเริ่มขึ้นภูประมาณตอนเที่ยง)


       ระหว่างทางเดินตอนช่วงแรกมีเสียงน้ำตกไหล เสียงลำธาร เสียงนกร้อง  บรรยากาศเหมาะดีจริงๆสำหรับทางเดินขึ้นภู


       พอเดินไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็มีทางน้ำไหลตลอดทางช่วงหนึ่ง  มีต้นไม้ปกคลุมของข้างหนาแน่น  ทำให้แดดส่องมาแล้วเราไม่ร้อน  ช่วงนี้ก็เดินไปเรื่อยๆครับ  เดินทางไปพิชิตเนินทั้ง 5 และพิชิตเส้นทางไปสู่ลานสน  เราก็เดินต่อไปเรื่อยๆครับ  เดินไปสู่เนินส่งญาติ  เนินแรกของภูสอยดาว


        เส้นทางเดินสู่เนินแรก คือ เนินส่งญาติ  ผมจะรีวิวแบบสั้นๆ โดยเส้นทางเดินไปเนินส่งญาตินี่มีระยะทางไม่มากนัก  แต่ก็มีภูมิประเทศหลากหลายมาก ทั้งป่าแบบร้อนชื้น เต็มไปด้วยต้นไม้สองข้างทาง  มีจุดให้ปีนขึ้นเขาที่สูงชัน  มีน้ำตกไหลเลียบไประหว่างทางเดิน หรือแม้กระทั่งทางเรียบที่ให้เราเดินกันแบบสบายๆ เจ้าเนินส่งญาตินี่ถือเป็นจุดลองกำลังกันเลย ให้นักปีนเขาไปอุ่นเครื่องกัน  แต่ถ้าใครไม่ไหวนี่  แนะนำให้กลับดีกว่าครับ เพราะนี่แค่น้ำจิ้มตามชื่อเนิน  ส่วนของจริงได้เจอกันข้างหน้าแน่นอน


        แอบเอาภาพระหว่างทางเดินขึ้นเนินปราบเซียนมาให้ดูหน่อยล่ะกัน  บอกเลยว่าไม่ง่ายนะจ๊ะ  ทั้งสูงทั้งชันทั้งท้าทาย  แต่ไม่สบายขอบอกเลย 555+ 


       ระหว่างทางมาที่เนินปราบเซียนจะเต็มไปด้วยป่าไผ่ที่ขึ้นมากันอย่างหนาแน่นตลอดสองข้างทาง  และเส้นทางขึ้นมาส่วนใหญ่จะเป็นทางชันมาก  จนต้องใช้ทั้งมือและเท้าค่อยดันตัวเองให้ปีนขึ้นไปเรื่อยๆ  ไม่ง่ายเลยครับมีทางชันมากกว่าทางไปเนินส่งญาติมาก  สงสัยที่มาของเนินปราบเซียนจะได้มาจากตรงนี่ล่ะ  ระยะทางไปที่เนินปราบเซียนไม่ไกลมากนัก (แต่ก็รู้สึกไกลอยู่ดี)  เนินนี้เน้นความสูงครับ  พักให้หายเหนื่อยแล้วก็ลุยต่อไปครับ


      ถัดจากเนินปราบเซียนมาก็เป็นทางเดินไปสู่เนินป่าก่อที่ผมถือว่าเป็นทางเดินที่ง่ายที่สุดแล้ว  แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้นดิ  แล้วว่าเส้นทางจะเป็นทางราบเอียง  ไม่ค่อยมีทางชัน  ต้นไม้ไม่ขึ้นรก  แล้วมันมีอะไรล่ะที่เป็นปัญหาตอนไหนเนินไรไปดูที่ข้างล่างดิ


      มาถึงเนินป่าก่อตามที่ผมได้พูดไว้ข้างบนว่าทุกอย่างมันเหมือนจะสบายไปหมด  แต่ยิ่งที่ทำให้การเดินทางไปเนินนี้มันดูยากลำบากเพราะว่ามันไกลมากกกกกก  ไกลขนาดที่ว่าขนาดเดินง่ายๆ ทำไมมันไม่ถึงสักทีนะ  อารมณ์แบบว่าเซ็งจริงๆ  แต่เหมือนหันหลังไปเห็นพี่ลูกหาบเดินกันตัวปลิว  ผมก็ไม่ยอมแพ้แน่ๆ  เดินลุยไปพร้อมๆกับพวกพี่ๆเขาเลย