วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561

[รีวิว] นั่งกินปู ดูนกเหยี่ยว ต้องมาเที่ยวบางชันน้อยโฮมสเตย์ จ.จันทบุรี

[รีวิว] นั่งกินปู ดูนกเหยี่ยว ต้องมาเที่ยวบางชันน้อยโฮมสเตย์ จ.จันทบุรี

บางชันน้อยโฮมสเตย์

        เที่ยวกับโมโนครั้งนี้มาเปลี่ยนบรรยากาศกันมั้งนะครับ เพราะว่าครั้งนี้เราไปเที่ยวโฮมสเตย์แบบชิวๆกันมั้ง แบบว่ากินดีอยู่ดีวิถีชาวบ้านที่ บางชันน้อยโฮมสเตย์ ที่จังหวัดจันทบุรี  ถ้าขับรถจากกทม.ก็ถือว่ายังไหวอยู่มั้ง ไม่ใกล้ไม่ไกลมากเกินไป  แล้วถามว่าทำไมถึงต้องไปถึงจันทบุรีด้วยล่ะ  ที่นี่มันมีอะไรให้เที่ยว  ซึ่งหลักๆ ผมก็จะสโลแกนของบางชันน้อยโฮมสเตย์ ว่า "นั่งกินปู ดูนกเหยี่ยว เที่ยวจันทบุรี" นี้เลยครับหลักๆที่เราจะไปเจอกันในทริปนี้


        สำหรับการเดินทางข้างต้นที่ผมได้พูดไป คือ ต้องขับรถยาวๆไปถึงบางชันน้อยโฮมสเตย์เลยหรือไม่ก็นั่งเรือต่อไปที่โฮมสเตย์อีกที (แนะนำว่ารถต้องสูงๆหน่อยนะครับ) โดยที่พวกผมไปจากราชบุรีก็ใช้เวลาไปประมาณ 6-7 ชั่วโมงเลย  ช่วงแรกขับง่ายมากเลยขับตาม GPS ไปได้เลยครับ ถึงแน่นอน แต่พอมาถึงช่วงบางชันก็ขับตามป้ายเอาก็ได้ แต่ทางจะแคบลงและก็เป็นทางลูกรังก็ค่อยๆขับไปนะครับ  ถือว่าดูวิวสองข้างที่เป็นชุมชนชาวประมง (ที่ยังทำอยู่ แต่ส่วนนึงก็เปลี่ยนเป็นที่ท่องเที่ยว) ธรรมชาติสองข้างทาง ทั้งทิวของต้นหญ้าที่น่าลงไปถ่ายรูป  หรือแม้แต่ป่าโกงกางที่ขึ้นเต็มไปหมดทั้งสองข้างทางเลย  เหมือนกับว่าขับรถไปอีกที่ที่นึงเลย


      หลังจากกลับรถลัดเลาะเส้นทางเข้าสู่บางชันน้อยโฮมสเตย์แล้วเข้ามาจะเห็นป้ายสีสดใสรอให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายเซลฟี่กันได้เลย


       พอจอดรถเสร็จก็สามารถเดินทางที่อาคารตามรูปได้เลย คุณป้าเจ้าของโฮมสเตย์ก็มายืนรอต้อนรับพวกเราแล้ว (ป้าเขาก็โทรมาหาเป็นระยะๆเลย) พร้อมกับอาหารหลากหลายอย่างรอให้พวกผมมากินกัน แต่วันนั้นพวกผมมาเลทหน่อย พี่ๆแม่ครัวรอนานเลย  แค่เดินทางนั่งโต๊ะก็มีน้ำเก็กฮวยมาเสิร์ฟให้กินกันแล้ว  เอาล่ะๆอย่าช้าไปดูอาหารกลางวันที่ทางบางชันน้อยโฮมสเตย์จัดไว้ให้เลย

   
       นี่ครับเวลาอาหารมื้อกลางวันของพวกเราก่อนออกไปเที่ยวกัน  จัดมาแบบแน่นๆเลย ไม่ว่าจะเป็นปูผัดผงกะหรี่ (อันนี้ชอบมาก แต่ออกหวานๆหน่อย) กุ้งตัวบิ๊กๆอบวุ้นเส้น ปลาทอดน้ำปลา น้ำพริกลนมันปู(อะไรสักอย่างนี่ล่ะ)กับผักสด และก็ต้มยำทะเลอีกอย่างนึง  มากันสี่คนจัดกันไปให้เต็มที่เลย  อาหารก็อร่อยดีครับ แต่มาแนวรสชาติกลมกล่อม ไม่จัดจ้านนะ  ถือว่าสอบผ่านทั้งความอร่อยและคุ้มค่า


       พอกินข้าวอิ่มแล้วก็มาถึงการเอาของเข้าบ้านพักซึ่งมีหลายขนาดมาก ทั้งห้องเล็ก กลาง ใหญ่  พวกผมไปกันสี่คนก็อยู่ห้องเล็กตรงกลางเลย  อากาศดีที่อยู่กลางน้ำ  มีลมและไอเย็นพัดมาตลอดเวลา  ไม่ต้องกลัวร้อนเลย


       เข้ามาในห้องก็มีที่นอนแบบง่ายๆพร้อมหมอนและผ้าห่มรออยู่ 4 ชุดตามสมาชิก มีทีวีและก็ชั้นวางของให้อีกอัน ง่ายๆแบบนี่เลยครับกับการมานอนพักตามสไตล์โฮมสเตย์  ก็ถือว่าโอนะ  แต่ใครเป็นผู้เฒ่าก็อาจจะลำบากนิดนึงนะ ถ้าจะนอนพื้น



       ส่วนห้องน้ำห้องท่าก็บ้านหนึ่งหลังก็มีสองห้องเดินจากบ้านออกไปหน่อยก็ถึงแล้ว ถ้าไปกันแบบส่วนตัวก็ถือว่าไม่เป็นไรนะถ้ามีห้องน้ำแบบนอกห้อง  เสียอย่างเดียวที่เวลาเดินไปอาบน้ำตอนเช้มันจะหนาวๆหน่อย  แต่ที่นี่ดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลนะ  แต่น้ำนี่อย่างแรงเลย แถมสภาพก็ยังดูใหม่มาก  เอาไปสามผ่านเลยเรื่องห้องน้ำ


        เมื่อได้เก็บของเข้าห้องเรียบร้อยแล้วก็นอนพักกันอีกครู่ใหญ่เลย  เพราะว่าต้องรออีกกลุ่มนึงที่จะมาด้วยกัน ไม่เป็นไรเราเดินทางไกลก็พักเอาแรงหน่อย พอถึงเวลาสักบ่ายสามก็เตรียมตัวให้พร้อม เปลี่ยนชุดพร้อมเปียก ใส่เสื้อชูชีพ กระโดดลงแพเปียกไปเลย  ใครจะเอาอะไรขึ้นไปกินก็ตามใจ  แพใหญ่มาก  มีเพลงตึดๆๆ ใครจะลัลล้ายังไงก็จัดไป


        เริ่มต้นออกเดินทางบนแพเปียกกันเลย  ใครอยากจะนั่งบนแพก็นั่ง  นั่งบนเก้าอี้ไม้ก็นั่ง หรือจะอินดี้นั่งบนเรือคายัคก็นั่ง  หรือจะแบบผมที่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำไปก็ได้ตามใจ  ฟังเพลงเพลินๆ ชมบรรยากาศริมสองข้างทางที่สวยงาม  เต็มไปด้วยต้นไม้ สายน้ำ และสองคน(เหรอ)


        ลองพากายพาใจให้ไหลไปกับสายน้ำบ้าง  เอาหน้าจอมือถือออกไปบ้าง  มาสัมผัสกับกลิ่นไอของธรรมชาติ (โดยเฉพาะกลิ่นไอเกลือจากน้ำ 555+) ดูเหมือนว่าจะร้อน แต่ก็ไม่ร้อนมาก  ลมพัดตลอด  ช่วงนี้ไม่มีอะไรก็ชมต้นไม้และสายน้ำไปพลางๆก่อน


       หลังจากนั่งเรือมาได้สักพัก  ก็มาถึงจุดไฮไลของทริปบางชันน้อยโฮมสเตย์แล้วก็คือ ดูนกเหยี่ยว เป็นนกเหยี่ยวสีขาว ตัวไม่ใหญ่มากที่ออกมาโฉบหาอาหาร ก็ถือว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยากเลยนะครับ  เพราะว่าบางช่วงนี่เหยี่ยวเยอะมาก และบางครั้งก็โฉบเข้ามาใกล้มาก  มันดูยังสง่างามและเท่ไปอีกแบบ  ถือว่าครั้งนึงเคยมาก็ไม่เสียเที่ยวแล้ว


       จุดต่อมาก็ทริปนี้จัดไว้คือ หมู่บ้านไร้แผ่นดิน หรือหมู่บ้านกลางน้ำ นั่นล่ะ เมื่อขึ้นไปหมู่บ้านนี่ก็มีความหลากหลายของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านที่ประกอบอาชีพชาวประมง จะมีกุ้ง/ปลาตากแห้งไว้ มีตาข่ายหรืออุปกรณ์หาปลาวางอยู่ หรือบางส่วนก็มีร้านค้า/ร้านอาหารแบบบนบกก็มีเช่นกัน  ไม่แม้แต่มีที่พักสวยๆแนวๆอยู่ในหมู่บ้านก็มี  ถือว่าครั้งหนึ่งได้มาก็น่าจะลองไปเดินเที่ยวดู


      พอได้เดินเที่ยวที่หมู่บ้านไร้แผ่นดินจนหายอยากแล้ว  กิจกรรมต่อมาก็ต้องไปพายเรือคายัคที่ทางโฮมสเตย์จัดมาให้  คราวนี้รู้ล่ะว่าใครพายเรือเป็นหรือไม่เป็น  ก็พายไม่ยากครับ  สนุกดี  จะพายโต้คลื่นหรือพายเที่ยวไปเรื่อย  หรือถ้าใครขี้เกียจพายจะลงเล่นน้ำก็ได้ไม่ว่ากัน  แต่ผมว่าน้ำมันดูเค็มไปหน่อยเลยไม่ได้ลงไปเล่น  หรือถ้าใครไม่อยากทำไรเลยก็นอนตากลมหรือจะหาขนมมากินก็ได้ไม่ว่ากัน


       หลังจากกลับจากการไปดูเหยี่ยว พายเรือคายัคแล้วก็นั่งแพกลับมาที่บางชันน้อยโฮมสเตย์  อาบน้ำอาบท่าล้างตัว  นอนอืดอีกสักหน่อย  จากนั้นก็มาจัดมื้อเย็นชุดใหญ่ต่อ  เมนูอาหารก็คงไม่ต้องบอกว่า ทริปนี้พี่มากินปู  ก็มีปูทะเลนึ่ง ซึ่งคุณป้าเจ้าของก็เห็นว่าชอบกันก็แถมมาให้อีกตัวนึง  สดดี น้ำจิ้มก็แจ่ม  ต่อมาอีกอย่างคือ ปลาราดพริก ดูเหมือนเครื่องจะน้อย แต่อร่อยมาก  และเมนูอื่นๆก็ยังมีกุ้งเผา หอยนางรมสด กุ้งแช่น้ำปลา ทอดมัน  และปิดท้ายด้วยผลไม้อีกหนึ่งจาน  แต่ละคนจัดกันไปอย่างแน่นเลย


       หลังจากที่ตื่นนอนมา หรือบางคนอาจจะไม่ได้นอนจากการทำกิจกรรมบางอย่างก็ตาม (ร้องคาราโอเกะ ดูทีวี ไรแบบนี้ อิอิ) ก็ต้องตื่นมากินมื้ออีกครั้ง ก็เป็นเมนูเบาๆ คือ ข้าวต้มปลา+หอยนางรม กับผัดไทเส้นจัน  ที่รสชาติแปลกดี อร่อยแบบไม่เหมือนที่ไหนอ่ะ  เผ็ดๆหวานๆ  กินกับข้าวต้มนี่โอเลย  ถือว่าเป็นการตุนเสบียงเข้าท้องที่ดีก่อนออกเดินทาง  ก่อนจะกลับก็ไปจัดการค่าใช้จ่ายของพวกผมของทริปนี้ อยู่ที่คนละ 1,700 บาท ไปกัน 4 คน (ราคาขึ้นกับจำนวนคนที่ไปด้วย) ถือว่าคุ้มค่านะ ไม่แพงไม่ถูก  อิ่มจนแน่นทุกมื้อ  รวมทั้งเจ้าของโฮมสเตย์และพนักงานก็คอยมาพูดคุยและดูแลเป็นอย่างดี เหมือนเป็นคนกันเองเลย   สำหรับใครที่อยากจะลองสัมผัสประสบการณ์แบบผมก็ลองไปกันได้นะ  โดยสามารถโทรไปจองได้ที่เบอร์ 084-375-0022 หรือจะลองทักหรือดูรีวิวอื่นๆได้ที่เพจของ บางชันน้อยโฮมสเตย์ ได้ที่ลิ๊งค์นี้เลย https://www.facebook.com/bangchannoihomestay/  สำหรับผมก็คงต้องลาไปก่อน  ไว้ทริปหน้าเจอกันใหม่ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561

ส่องก่อนซื้อ Lenovo HW01 อีกหนึ่งสายรัดข้อมืออัจฉริยะ คู่แข่งของ Mi Band 2

ส่องก่อนซื้อ Lenovo HW01 อีกหนึ่งสายรัดข้อมืออัจฉริยะ คู่แข่งของ Mi Band 2


       Lenovo HW01 เป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะราคาประหยัดตัวหนึ่งที่ Lenovo ได้ทำออกมาสู้ศึกสายรัดข้อมืออัจฉริยะหรือสายรัดข้อมือวัดความดันซึ่งตอนนี้เจ้าตลาดคงจะหนีไม่พ้น Mi Band 2 จาก Xiaomi ที่สามารถทำยอดขายได้เป็บกอบเป็นกำและก็ยังมี Huawei Honor Band 3 จาก Huawei เข้ามาตีตลาดอีก  แต่โพสนี้ผมก็อยากจะเอาเจ้า Lenovo HW01 มาแนะนำกันมามันจะเจ๋งและคุ้มสู้ยี่ห้ออื่นได้หรือเปล่า  เอาล่ะครับมาดูกันเลย



Lenovo HW01 ทำอะไรได้บ้าง

        - เป็นตัววัดข้อมูลด้านสุขภาพและแสดงข้อมูล ไม่ว่าจะใช้เป็นนาฬิกาที่แสดงวันและเวลา ตัวนับก้าวเดินและระยะทางที่เดิน  พลังงานที่ถูกใช้ไป อัตราการเต้นของหัวใจ(แบบเรียลไทม์) เป็นต้น

        - เชื่อมโยงข้อมูลของกิจกรรมกับแอพพลิเคชั่นผ่านทางบลูทูธเพื่อส่งข้อมูลไปยังสมาร์ทโฟนเพื่อประมวลผลข้อมูลไปวิเคราะห์กิจกรรมที่เราได้ทำ

        - เป็นตัวติดตามอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชม. เพื่อช่วยในการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

        - เป็นตัวแจ้งเตือนสายเรียกเข้า เมื่อเวลาที่ใครโทรเข้ามายังมือถือของเรา เจ้า Lenovo HW01 จะสั่นเตือนและแสดงหมายเลขที่โทรเข้ามา

        - เป็นตัวแจ้งเตือน SMS และโซเซียลมีเดีย  ไม่ว่าใครจะส่งข้อความมาหาเรา หรือจะมี Notice จาก Facebook หรือ Twitter (รวมถึงแอพอื่นๆด้วย) จะสั่นแจ้งเตือนเรา


        - เป็นตัวติดตามการนอนหลับ โดยตัวเครื่องจะเก็บข้อมูลและนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมการนอนหลับของเราว่ามีระยะเวลานอนมากเท่าไรและมีคุณภาพการนอนเป็นอย่างไร (หลับลึกหรือไม่ลึก)

        - เป็นรีโมทให้กับกล้องมือถือ ที่เราสามารถถ่ายรูปได้ง่ายๆเพียงแค่กดปุ่มบน Lenovo HW01

        - เป็นตัวช่วยปลุกตื่น เพียงแค่เราตั้งเวลาไว้กับแอพ เมื่อถึงเวลา  ตัวเครื่องจะสั่นช่วยให้เราตื่นขึ้นมาในทันใด


        - มีการแจ้งเตือนเป็นประจำ จะคอยแจ้งเตือนผู้ใช้ในไปพักผ่อน  เพื่อหลีกเลี่ยงความเมื่อยล้าที่มากเกินไป

        - ตัวป้องกันการสูญหายและค้นหามือถือ เมื่อเราเริ่มต้นใช้ฟังก์ชั่นการค้นหามือถือ ตัวมือถือจะสั่นเพื่อให้เราทราบว่ามันอยู่ที่ไหน

        - เป็นตัวเปิด/ปิดเพลงบนมือถือ

        นี่เป็นฟังก์ชั่นทั้งหมดที่ถูกอัดลงไปใน Lenovo HW01 นั่นถือว่ามีเยอะมากมายเลย  ส่วนอันไหนใช้ไม่ใช้ยังไงก็ต้องตัดสินใจกันเอาเองนะครับ  เพราะว่าซื้อมาแล้วไม่ใช้มันก็ไม่คุ้ม  พอเมื่อพูดถึงฟังก์ชั่นการทำงานของมันแล้ว  อีกอย่างหนึ่งที่ต้องพูดก็คือตัวเครื่องว่ามันเป็นยังไง  ใช้ได้ดีแค่ไหน  เราก็ไปดูสเปคของมันกันเลย


สเปคตัวเครื่องของ Lenovo HW01

        - หน้าจอขนาด 0.91" และมีความละเอียด 128x32
        - ตัวเคสทำมาจากสแตนเลสสตีลและตัวสายทำมาจากซิลิกาเจล
        - ใช้ Bluetooth 4.2 ที่มีความแม่นยำสูงและสิ้นเปลืองพลังงานน้อยลง
        - มาตรฐาน IP65 คือ กันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์และป้องกันน้ำจากการฉีด (แรงดันต่ำ) ได้ทุกทิศทาง
        - แบตเตอรี่ขนาด 85mAh  มีระยะเวลาสแตนบายประมาณ 5 - 10 วัน (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน)
        - รองรับ Android 4.4 / iOS 8.0 ขึ้นไป
        - เวลาสามารถปรับได้ทั้ง เวลามาตรฐาน/เวลาทหาร  หน่วยเมตริก/หน่วยอิมพีเรียล
        - มีฟังก์ชั่น Wake-up gesture คือ เมื่อยกข้อมือขึ้น  หน้าจอจะแสดงข้อมูลขึ้นมา
        - แอพพลิเคชั่นรองรับหลายภาษา ทั้งจีน, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมัน, สเปน, ตุรกี


      ทั้งนี้เป็นข้อมูลทั้งหมดเท่าที่ผมหามาได้เกี่ยวกับเจ้า Lenovo HW01 ซึ่งเป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ถือว่ามีราคาไม่เกิน 1,000 บาท มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย สเปคตัวเครื่องที่ไม่ธรรมดา  ส่วนข้อดีข้อเสียมันจะมีอย่างไรบ้างเพื่อนคงต้องหารีวิวมาอ่านดูนะครับ  หรือถ้าผมได้เจ้า Lenovo HW01 มาก็จะมาทำการรีวิวให้เพื่อนๆได้ดูกันเหมือนกับ Mi Band 2 นะครับ  ส่วนถ้าใครอยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ก็ต้องถามปรมาจารย์กูเกิ้ลเอาล่ะครับ บ้ายบาย


วันพุธที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Mi Power Bank 2 10000mAh  อีกหนึ่งพาวเวอร์แบงค์แจ่มๆ ของ Xiaomi

รีวิว Mi Power Bank 2 10000mAh อีกหนึ่งพาวเวอร์แบงค์แจ่มๆ ของ Xiaomi

Mi Power Bank 2

        ไงครับเพื่อนๆ ทุกคน  กว่าผมจะกลับมารีวิวของแต่ละชิ้นได้นี่  มันช่างนานแสนนานเลยใช่ไหมครับ  และสิ่งที่ผมจะเอามารีวิวกันในโพสนี้ก็คือ Mi Power Bank 2 10000mAh จาก Xiaomi  นั่นเอง  ซึ่งผมว่านะหลายคนคงจะไม่คุ้นที่ Xiaomi ทำ Power Bank ออกมาขาย  เพราะส่วนมากก็จะรู้จักว่า Xiaomi ชอบทำมือถือสเปคแรงๆ ราคาเบาๆมาขายกันมากกว่า  เอาล่ะๆ เดี๋ยวผมจะนอกเรื่องไปไกลว่าทำไมผมถึงซื้อเจ้า Mi Power Bank 2 10000mAh มาใช้  ทำไมไม่เป็นยี่ห้ออื่นล่ะมีทั้ง Eloop  Yoobao Remax บลาๆๆ ก็บอกเลยครับว่าหลายยี่ห้อพวกนั้นเคยใช้มาแล้ว  ถามว่ามันดีไหม  ก็ดีนะตามราคา  แต่เจ้า Mi Power Bank 2 10000mAh ตัวนี้เป็นตัวล่าสุดที่เพิ่งซื้อมา  โดยราคาที่ซื้อมันก็อยู่ 500 - 600 บาท ที่พอๆกับเจ้าอื่นที่ขนาด 20000mAh เอง เอาล่ะเดี๋ยวจะไหลไปยาวไปมาดูรีวิวกันเลย


รีวิว  Mi Power Bank 2 10000mAh

     1.เจ้า Mi Power Bank 2 10000mAh จะถูกใส่มาในกล่องกระดาษแข็งสีขาวที่รูปมิพาวเวอร์แบงค์อยู่ข้างหน้าและด้านหลังก็บอกสเปคต่างๆ แกะกล่องออกมาก็มีตัว Power Bank สายชาร์จและหัวชาร์จ และคู่มือภาษาจีนมาให้แค่นี้เลย  ตามสไตล์เสียวหมี 555+

     2.ตัวบอดี้ของ Power Bank เป็นอะลูมิเนียม (ตามที่ไปสืบมาเคสทำมาจาก อลูมิเนียมอะโนไดซ์) ดูแข็งแรงทนทานดีมาก ทนต่อรอยขีดข่วน/การกระแทก ไม่ต้องกลัวมาจะพังง่ายๆ จับถนัดมือไม่หนาและกว้างมากเกินไป เล็กกำลังดี ถือว่าบางกว่า Power Bank ทั่วไป  เอาใส่กระเป๋าก็ง่าย  และด้วยตัวเคสทั้เป็นอะลูมิเนียมทำให้มันดูหรูหราและแพงด้วย  ผิวสัมผัสก็ดีไม่เหมือนพลาสติก


     3.Mi Power Bank 2 10000mAh สามารถจ่ายไฟได้ดี มีกำลังชาร์จที่สูง  โดยสามารถจ่ายได้ทั้งแบบ 5V/2A, 9V/2A และ 12V/1.5A  ในช่องชาร์จเดียวกันเลยปรับให้อัติโนมัติ  ให้ง่ายเลยทีเดียว  แตกต่างหลายๆยี่ห้อที่มีหลายช่องชาร์จทั้ง 5V/2A และ 5V/1A  ถือจะบอกง่ายๆว่า Mi Power Bank 2 มันฉลาดกว่าว่าจะปรับกำลังจ่ายไฟให้กับแต่ละอุปกรณ์ยังไงดี

     4.Mi Power Bank 2 มีกำลังการผลิตจริงที่ 6900mAh ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากรุ่นก่อน และมีอัตรา Conversion สูงสุด 93%  ตรงนี้อ้างอิงจากสเปคเขานะ  ซึ่งถ้าคนที่ไม่รู้ก็คงคิดว่า Power Bank ขนาด 10000mAh ก็ต้องมีไฟเท่านี้ดิ  จริงๆแล้วไม่ใช่ครับ  มันจุได้น้อยกว่าที่บอกแน่  แต่จะน้อยกว่าที่บอกไปมากหรือน้อยแค่ไหนเราก็ไม่รู้  และตอนชาร์จไฟไปยังมือถือมันก็มีการสูญเสีย ซึ่งทาง Xiaomi เขาก็บอกมาว่ามีอัตรา Conversion สูงสุด 93% ก็ถือว่าสูงเพราะสูญเสียไปไม่มาก  ผมก็ได้ใช้ Mi Power Bank 2 มาชาร์จมือถือผมก็คือ Xiaomi Redmi Note 3 ที่มีแบตขนาด 4000mAh ขณะมีแบตเหลือ 30% - 40% ก็ชาร์จได้ 2 ครั้ง และก็เหลือไฟใน Power Bank ประมาณ 1/4  ก็คิดว่าน่าจะจริงตามที่เขาอวยมา


     5.การคายความร้อนขณะชาร์จ  เนื่องจากตัวเคส Mi Power Bank 2 ทำจากอะลูมิเนียมทำให้มันระบายความร้อนได้ดี  ถ้าชาร์จนานๆ หรือชาร์จในกระเป๋า ตัว Mi Power Bank 2 จะไม่ร้อนมาก เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นที่เป็นเคสพลาสติกนะครับ  ตามความรู้สึกของผม (ส่วนก็ทดลองจริง เมื่อก็โอกาสจะทำให้ดูนะครับ)

     6.สามารถชาร์จกับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟต่ำได้ พวก หูฟังบลูทูธ หรือ fitness bands  ได้อย่างปลอดภัย โดยการกดปุ่มเพาเวอร์สองครั้งเพื่อป้อนการชาร์จพลังงานต่ำ  ก็ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์นะสำหรับคนที่ใช้ของพวกนี้  ผมก็ว่าจะลองเอาไปชาร์จ Mi Band 2 มั้ง เพราะชาร์จกับพาวเวอร์แบงค์ธรรมดาไม่ได้เลย


     7.ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ความหนาแน่นสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการชาร์จไฟและการคายประจุได้ดีเยี่ยม  และยังใช้ชิประดับโลกที่มีความปลอดภัยสูง แถมยังปรับปรุงอัตราการแปลงและมีการคายประจุอย่างมีเสถียรภาพ  (อันนี้อวยให้หน่อยตามที่เขาโฆษณา  เพราะผมจะไม่กล้าแกะ Power Bank มาดู)

     8.มีวงจรชิปการป้องกัน 9 ชั้น ที่สร้างขึ้นโดย Texas Instruments ที่ทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จไฟและความปลอดภัยอีกด้วย


     สรุป  สำหรับใครที่อยากได้ Power Bank ดีๆสักตัวนึง  ราคาไม่แพงมาก  คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป  ผมก็แนะนำเจ้า Mi Power Bank 2 10000mAh เลยครับ  ใช้มันได้คุ้มแน่นอนแถมยังทนมือทนเท้าอีกด้วย  ความจุก็ชาร์จมือถือทั่วไปได้ 2 - 3 ครั้ง  ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว  ตอนชาร์จมือถือในกระเป๋าหรือที่อากาศไม่ถ่ายเทก็ไม่ร้อนมาก  ใช้เวลาชาร์จ Mi Power Bank จะใช้เวลาประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงก็ถือว่าไม่นานมาก  แต่น้ำหนักเคสเมื่อเทียบกับพาวเวอร์แบงค์ความจุเดียวกันกับยี่ห้ออื่นก็ดูหนักๆอยู่  แต่มันก็เป็นตัวที่ผมหยิบมาใช้บ่อยสุดล่ะในพ่วเวอร์แบงค์ 3 อันที่ผมมี  ดังนั้นแนะนำว่าลองซื้อมาใช้ก็ไม่เสียหลายครับผม

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

วิธีการแก้ปัญหาเข้าเกม Deceit ไม่ได้ จาก api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0-dll

วิธีการแก้ปัญหาเข้าเกม Deceit ไม่ได้ จาก api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0-dll


        สำหรับหลายคนที่ได้ซื้อเกมบน Steam มาเล่นแบบผม  บางครั้งก็มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นจนทำให้เล่นเกมไม่ได้  ซึ่งปัญหาพวกนี้ก็มักจะเจอบ่อยครั้งจนทำให้ผมเซ็งมาก  จนครั้งนี้ผมอยากจะลองเล่นเกม Deceit และตั้งใจโหลดมันมาเล่น  ก็ปรากฏว่ากดเข้าเกมแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือไม่เล่นไม่ได้นั่นเอง  แต่ด้วยความอยากเล่นก็ต้องมานะหาวิธีแก้ไขมาให้ได้  ถ้าใครมีปัญหาเดียวกับผมก็ติดตามบทความนี้ต่อได้เลยครับ

      อย่างแรกเมื่อกดเข้าเกมผ่าน shortcut ไม่ได้  ผมก็ลองเข้าไปกดเข้าเกมที่ตัวเกมโดยตรงในโฟลเดอร์ของ Steam (สำหรับคนที่เข้าไม่เป็น ให้เข้าไปที่คลังเกมใน Steam คลิกขวาที่ชื่อเกม เลือกคุณสมบัติ จากนั้นเลือกไฟล์ภายในเครื่อง แล้วกดค้นหาไฟล์ภายในเครื่อง ก็จะเจอตัวเกม)  เมื่อผมได้กดคลิกเข้าไปที่ตัวเกม Deceit ปรากฎว่าครั้งนี้ต่างกันจากการเข้าเกมผ่าน shortcut ที่ไม่เกิดอะไรขึ้น  แต่ปรากฎปัญหาขึ้นมาว่า "The program can't start because api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0.dll is missing" ซึ่งตอนผมเล่นเกม ARK และ Dead by Daylight ก็เป็นปัญหานี้เช่นกัน ที่ทำให้ผมเล่นเกมไม่ได้


     ส่วนวิธีการแก้ปัญหา "The program can't start because api-ms-win-crt-runtime-l1-1-0.dll is missing" นั่นให้ไปดาวน์โหลดไฟล์ vc_redist.x86.exe (32 bit) หรือ vc_redist.x64.exe (64 bit) ตามระบบปฏิบัติการของเราที่ใช้อยู่มา (แต่ของคนที่ใช้ 64 bit แนะนำให้ดาวน์โหลดและติดตั้งทั้งสองแบบเลย) ได้จากลิงค์นี้ https://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=48145


      จากนั้นก็ทำการติดตั้งไฟล์ vc_redist.x86.exe (32 bit) หรือ vc_redist.x64.exe (64 bit) ให้เรียบร้อย


     สำหรับคนที่ติดตั้งแล้วไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ให้รีสตาร์ทเครื่องและเข้าเกมอีกครั้งว่าเล่นได้หรือเปล่า  ถ้าเล่นได้ก็จบเรื่อง  แต่ของผมนั้นปรากฎว่ามีปัญหาเกิดขึ้นมาอีกอย่าง คือ ติดตั้งโปรแกรม Visual C++ Redistributable for Visual Studio 2015 ล้มเหลว และบอกว่ารหัส error ว่า 0x80070666


       ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหา Setup Failed รหัส 0x80070666 ให้ไปดาวน์โหลดไฟล์ Windows 7 and Windows Server 2008 R2 Service Pack 1 (KB976932) ได้จากลิงค์นี้ https://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=5842  แล้วกดเลือกดาวน์โหลดไฟล์ windows6.1-KB976932-X64.exe หรือ windows6.1-KB976932-X86.exe ตามระบบปฏิบัติการของเราที่ใช้อยู่  จากนั้นทำการติดตั้งให้เรียบร้อย





       เมื่อติดตั้งไฟล์ windows6.1-KB976932-X64.exe หรือ windows6.1-KB976932-X86.exe เสร็จสมบูรณ์แล้วให้ลองติดตั้งไฟล์ vc_redist.x86.exe หรือ vc_redist.x64.exe ใหม่อีกครั้ง


       กรณีที่ใครเป็นแบบของผมก็จะติดตั้งไฟล์ได้เรียบร้อยสมบูรณ์ต่างกับตอนแรกที่มีปัญหา  จากนั้นผมก็ลองกดเข้าเกม Deceit ใหม่อีกครั้งก็ปรากฏปัญหาใหม่ขึ้นมา คือ "The procedure entry point_o_initialize_narrow-Environment could not be located in the dynamic link library
api-ms-win-crt-private-l1-1-0.dll."


              ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหา "The procedure entry point_o_initialize_narrow-Environment could not be located in the dynamic link library
api-ms-win-crt-private-l1-1-0.dll." คือให้ไปดาวน์โหลดไฟล์ All supported x86-based versions of Windows 7 หรือ All supported x64-based versions of Windows 7 จากลิงค์นี้ https://support.microsoft.com/en-au/help/2999226/update-for-universal-c-runtime-in-windows  จากนั้นทำการติดตั้งให้เรียบร้อยอีกครั้ง





       เมื่อติดตั้งไฟล์ All supported x86-based versions of Windows 7 หรือ All supported x64-based versions of Windows 7 โปรแกรมจะให้รีสตาร์ดเครื่อง  ก็ทำตามนั้น


       หลังจากที่คอมเปิดขึ้นมาใหม่แล้วให้ลองเข้าเกม Deceit ใหม่อีกครั้งหนึ่งปรากฎว่าครั้งนี้สามารถเข้าไปเล่นเกมได้ตามปกติแล้ว  ไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นมาให้กวนใจอีก  เพื่อนๆที่มีปัญหาแบบผมก็สามารถลองเข้าไปทำตามได้นะครับ  ค่อยๆลองทำไปทีละขั้นตอน  ส่วนจะได้ไม่ได้ยังไงก็ลองกันนะครับ  หรือมีปัญหาอะไรที่ทำให้ติดตั้งไฟล์ไม่ได้  ก็สามารถคอมเม้นต์ไว้ใต้โพสนี้ได้เลย  ถ้าผมสามารถแก้ปัญหาได้ก็จะมาช่วยเพื่อนๆ ตอบคำถามให้นะครับ